เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

11 ก.พ. 2568

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ร้านทองขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ ทยอยปิดกิจการต่อเนื่อง เพราะกำไรหด หลังมีคนนำทองมาขายมากกว่าซื้อ

11 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศร้านทองในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้มีประชาชนนำทองคำ ทั้งทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง มาขายกันอย่างคึกคัก ภายหลังจากที่ช่วงนี้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาทองคำ ปรับตัวพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถึงบาทละ 47,350 บาท ก่อนที่จะมีการปรับขึ้น ปรับลงอีกหลายครั้งตลอดทั้งวัน ซึ่งช่วงเวลา 12.00 น. มีการปรับราคาถึง 12 ครั้ง โดยทองรูปพรรณ ราคาบาทละ 46,147 บาท ทองคำแท่ง ราคาบาทละ 47,000 บาท ส่งผลให้ประชาชนที่มีทองคำอยู่ในมือ พากันแห่นำทองคำมาขายกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ร้านทองต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีร้านทองตั้งอยู่กว่า 20 ร้าน เป็นไปอย่างคึกคัก 

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

โดยเฉพาะที่ร้านทองกรุงเทพ ตราหัวใจคู่ ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีประชาชนชาวโคราช นำทองมาขายกันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา มาคอยดูแลความปลอดภัยร้านทองอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันโจร ผู้ร้าย ที่อาจจะฉวยโอกาสช่วงราคาทองคำพุ่งสูง มาก่อเหตุวิ่งราวทองคำได้ในช่วงนี้ 

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

นางบุญเกิด วัฒนกุล อายุ 58 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา หนึ่งในผู้ที่เข้ามาขายทอง กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ มาเปลี่ยน และนำแหวนทองคำหนัก 25 สตางค์ 2 วง มาขายด้วย ซึ่งตนเองติดตามสถานการณ์ราคาทองคำต่อเนื่อง รู้สึกตกใจมากที่ราคาทองคำช่วงนี้พุ่งสูงมาก โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะนั้นราคาทองคำอยู่ที่ 18,000 กว่าบาท ตนเองก็คิดว่าแพงมากแล้ว จึงได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทมาขาย แต่ไม่คิดว่าราคาทองคำจะพุ่งสูงขึ้น จนขณะนี้เกือบจะแตะ 50,000 บาทแล้ว จึงรู้สึกเสียดายมาก ถ้าเก็บไว้ขายช่วงนี้ก็ได้เกือบ 1 แสนบาทแล้ว แต่ด้วยความจำเป็นต้องใช้เงิน ตอนนี้จึงตัดสินใจขายไป ทั้งนี้ ตนเองก็เชื่อว่าราคาทองคำจะแพงขึ้นไปกว่านี้อีกแน่นอน 

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ด้านนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าทองคำ จ.นครราชสีมา และผู้บริหารร้านทองกรุงเทพ ตราหัวใจคู่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นบาทละกว่า 4 หมื่นบาทเป็นต้นมา ก็ทำให้แรงซื้อทองคำตามห้างทองต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่นำทองคำมาขาย ซึ่งสถานการณ์ประชาชนนำทองคำมาขาย มีเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ราคาพุ่งสูงบาทละกว่า 3 หมื่นบาทมาแล้ว ตอนนี้จึงมีเพียงบางคนที่ค่อนข้างมีฐานะระดับปานกลาง ถึงระดับฐานะดี ที่เข้ามาซื้อ-ขายทองคำกับห้างร้านต่างๆ 

และส่วนใหญ่จะซื้อ-ขายทองคำแท่งกัน เพราะราคาทองคำแพงมาก จนทำให้ผู้มีฐานะตั้งแต่ระดับปานกลางถึงระดับชาวบ้านทั่วไป แทบจะเอื้อมไม่ถึง อีกทั้งราคาที่แพงคนที่คิดจะซื้อทองรูปพรรณไปสวมใส่ ก็ค่อนข้างที่จะกลัวความไม่ปลอดภัยต่อตนเองด้วย ส่งผลให้ห้างทองต่างๆ มีลูกค้าที่นำทองมาขายมากกว่าคนมาซื้อ คิดเฉลี่ยแต่ละวัน จะมีคนมาซื้อเพียง 30% ส่วนอีก 70% จะเป็นคนมาขายทั้งหมด 

นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าทองคำ จ.นครราชสีมา

ดังนั้น สถานการณ์คนซื้อมากกว่าคนขายเช่นนี้ ก็ทำให้ห้างทองขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินทุนสำรองสำหรับซื้อทองคำ ประกอบกับทองที่อยู่ในร้านก็ขายไม่ค่อยออก ขนาดกรอบพระ ที่เคยมีกลุ่มลูกค้านำมาเลี่ยมบ่อยๆ ตอนนี้ราคาทองคำ 1 สลึงก็ 1 หมื่นกว่าบาทแล้ว ทำให้แทบจะไม่มีลูกค้ามาเลี่ยมกรอบพระกันเลย เมื่อห้างทองขายทองไม่ค่อยออก ก็ได้กำไรน้อย ห้างทองขนาดเล็กจึงต้องปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ห้างทองขนาดเล็กในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปิดตัวไปแล้ว 6-7 ร้าน และหากราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอยู่เช่นนี้อีก ก็คาดว่าปี 2568 นี้ ห้างทองขนาดเล็กในพื้นที่จะปิดตัวเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 ร้านแน่นอน

ชาวโคราช แห่ขายทองคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์