เนชั่นทีวี

ข่าว

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"

18 ก.ย. 2567

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"

"ทวี สอดส่อง" นำอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เยือน "บ้านกาญจนาฯ" เคลียร์ปัญหา หลังมีข่าวตัดงบประมาณตำแหน่ง "ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเด็กและเยาวชน" หรือปิดบ้านกาญจนาฯ สุดท้ายจบด้วยดี

กรณีดรามา "ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน" ภายหลังเฟซบุ๊ก "Thicha Nanakorn" ของ นางทิชา ณ นคร หรือป้ามล ผอ.บ้านกาญจนาภิเษก ที่ระบุว่า

 

กองทรัพยากรบุคคล กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม แจ้งว่างบประมาณปี 2568 จะตัดงบในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเด็กและเยาวชนของ นางทิชา หรือป้ามล ผอ.บ้านกาญจนาภิเษก หรือยุติการทำหน้าที่ ผอ. ทำให้บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน โพสต์ข้อความส่งกำลังใจให้ นางทิชา พร้อมกับแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ "นิ้วกลม" นักเขียนชื่อดัง มองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของบุคคล แต่เป็นเรื่องของระบบ และการเสียโอกาสของสังคม ในการฟื้นฟูเด็ก ๆ ที่ก้าวพลาดให้ออกไปสู่สังคมได้ใหม่ ขณะที่ ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ครูสอนการแสดง ระบุว่า ได้นำระบบของบ้านกาญจนาฯ และความรู้ที่ได้ไปปรับใช้กับหน้าที่การงานได้ผลดี 

 

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"


18 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินทางไปยังศูนย์ฝึกบ้านกาญจนาภิเษก เพื่อพบกับ นางทิชา ณ นคร หรือป้ามล โดยมีอดีตเยาวชนบ้านกาญจนาฯ  ย่านพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ที่จัดกิจกรรมและนิทรรศการต้อนรับ 

 

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"

 

 

นางทิชา ได้บรรยายสรุปการทำงานของศูนย์ฝึกฯ สรุปว่า เด็กต้องการระบบนิเวศน์ที่เหมาะสมและต้องการหลักประกัน โดยเครื่องมือในบ้านกาญจนาภิเษกแสดงผลงานเชิงประจักษ์แล้วว่า บ้านกาญจนาภิเษก คือ Social Lab เป็นองค์กรสาธารณะที่มีความสำคัญ

 

 

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"

 

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในสังคมไทยมีความพยายามเนรเทศคนเข้าไปในดินแดนต้องห้าม ไม่รับเสียงของพวกเขา จึงอยากมีระบบที่จะทำให้ “ผู้ก้าวพลาด” ไม่กลับไปสู่วงจรเดิม และสามารถคืนคนคุณภาพสู่สังคม 

จบดรามา! ปิด "บ้านกาญจนาฯ" ไม่ยุบตำแหน่ง "ป้ามล"

 

 

ฉะนั้นการเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพื่อมาให้กำลังใจ และอยากได้องค์ความรู้จากสถานที่แห่งนี้ เพราะที่นี่มีแนวทางและนวัตกรรมในการนำคนคุณภาพกลับคืนสู่สังคม ด้วยความเชื่อว่ารัฐมีกฎระเบียบที่เป็นโซ่ตรวนให้การขับเคลื่อน ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง 

 

"ป้ามลเองได้สร้างประโยชน์ไว้มากมาย โดยเฉพาะการบูรณะคนที่ถือเป็นเรื่องยากและยิ่งใหญ่ เพราะการซ่อมแซม การบูรณะนั้นยากยิ่งกว่าการสร้างใหม่ ซึ่งบ้านกาญจนาภิเษกได้ขับเคลื่อนงานป้องกันด้วยการให้การศึกษา ความรู้ การให้คำปรึกษา และกระบวนการต่างๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเยาวชนได้ ขณะที่ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจฯ ก็เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน มีประวัติทำงานในภาคใต้จนได้รับการยอมรับในพื้นที่" พ.ต.อ.ทวี ระบุ 

 

จากนั้น พ.ต.ท.ประวุธ ได้ชี้แจงประเด็นที่มีกระแสข่าวการยุติบทบาทบ้านกาญจนาภิเษก และตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกฯ โดยบอกว่า บ้านกาญจนาภิเษกอยู่ในโครงสร้างของกรมพินิจฯ แม้จะเป็นหน่วยงานเอกชน แต่เพราะได้รับงบประมาณ 100% จากกรมพินิจฯ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของราชการ ส่วนตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเด็กและเยาวชนของป้ามล มีสถานะเป็น "พนักงานราชการ" เมื่อครบวาระพิจารณางบประมาณ จึงต้องมีการประเมินตามรอบ

 

แต่ที่ผ่านมาอาจไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในส่วนนี้ที่มากพอ จึงมีข่าวว่าอาจตัดงบประมาณของตำแหน่งของป้ามล จึงเป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งการยุบตำแหน่งเกิดขึ้นได้ทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะที่บ้านกาญจนาภิเษก แต่เป็นเพราะการไม่มีข้อมูลนำเสนอสำนักงาน ก.พ. (สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) เพื่อประเมินผลการปฎิบัติงานเท่านั้น 

 

ส่วนการให้สัมภาษณ์ว่าจะยุติบทบาทบ้านกาญจนาภิเษก เป็นเพียงการตอบคำถามสื่อมวลชนไปตามข้อเท็จจริงที่ว่า กรมพินิจฯ ยังมีศูนย์ฝึกอบรมอีกหลายแห่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปิดบ้านกาญจนาฯ 

 

“ผมช่วยเหลือประชาชนมาตลอดชีวิต จนมารับตำแหน่งอธิบดีกรมพินิจฯ ก็ได้ตั้งใจว่า สิ่งใดทำให้เด็กเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ ผมก็สนับสนุนทุกกรณี" อธิบดีกรมพินิจฯ ย้ำ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหารือระหว่างผู้บริหารกรมพินิจฯ กับบ้านกาญจนาภิเษกเริ่มคลี่คลาย เมื่อ พ.ต.ท.ประวุธ ยืนยันว่าได้รับข้อมูลผลการปฎิบัติงานของบ้านกาญจนาภิเษก และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมพินิจฯ นำข้อมูลเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.จนผ่านการพิจารณาแล้ว โดยจะคงบทบาทการปฏิบัติงานของศูนย์ฝึกบ้านกาญจนาฯต่อไป พร้อมกันนี้ก็ยอมรับข้อบกพร่องของฝ่ายราชการที่ขาดการประสานงานกับบ้านกาญจนาภิเษก 

 

ขณะเดียวกัน ยังการพูดถึงการผลักดัน มาตรา 55 ของพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ให้มีผลในเชิงปฏิบัติ กรณีให้อำนาจอธิบดีกรมพินิจฯ สามารถออกใบอนุญาตให้เอกชนจัดตั้งสถานฝึกและอบรมเด็กหรือเยาวชนได้ โดยออกเป็นกฎกระทรวง เพื่อเปิดช่องทางให้เอกชนร่วมพัฒนาพฤตินิสัยเด็กและเยาวชนก้าวพลาดในรูปแบบที่หลากหลายและมีกฎหมายรองรับ 

 

ทั้งนี้ การพูดคุยระหว่างผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจฯ และบ้านกาญจนาภิเษก ได้ข้อยุติด้วยดีในช่วงค่ำ โดยใช้เวลาหารือกันนานกว่า 3 ชั่วโมง

 


รายงานข่าวแจ้งว่า บ้านกาญจนาภิเษก เป็นสถาบันของเอกชน ที่รับงบจากรัฐ 100% ปีละ 8 ล้านบาทเป็นค่าอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โปรแกรมการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็ก ไม่ให้กลับไปกระทำความผิดซ้ำ