“โกศลวัฒน์” ยกตัวอย่าง พฤติการณ์ ใครประมาทเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่มักกะสัน
17 พ.ค. 2569

"โกศลวัฒน์" ชี้โศกนาฏกรรมมักกะสัน "ขสมก.-รฟท." เลี่ยงผิดทางแพ่งยาก! สั่งอัยการ สคช. ยื่นมือช่วยเหยื่อ สยบดรามาปล่อยตัวคนขับรถไฟ
ข่าว
17 พ.ค. 2569

"โกศลวัฒน์" ชี้โศกนาฏกรรมมักกะสัน "ขสมก.-รฟท." เลี่ยงผิดทางแพ่งยาก! สั่งอัยการ สคช. ยื่นมือช่วยเหยื่อ สยบดรามาปล่อยตัวคนขับรถไฟ
17 พฤษภาคม 2569 กรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถไฟชนรถเมล์ ขสมก. สาย 206 ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน จนไฟลุกท่วม เป็นเหตุสะเทือนขวัญมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บสาหัสหลายราย
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ได้ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ คนที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้คือสังคมไทย ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
บริเวณแยกดังกล่าวรถติดเป็นประจําทุกวัน ทั้งรถยนต์ รถเมล์ไปคร่อมรางรถไฟ เราเห็นกันมานานแค่ไหนแล้ว
หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลได้ช่วยกันแก้ไขหรือไม่ จนกระทั่งเกิดเหตุนี้ขึ้นมา เรามีกฎหมายจราจรคุ้มครองประชาชน แต่ประชาชนต้องคุ้มครองตัวเองด้วยการเคารพกฎหมาย ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย จะไม่ล้ำเส้นเข้าไปทับรางรถไฟ หรือ พนักงานรถไฟก็จะต้องเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามระเบียบของการรถไฟ เมื่อเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต พนักงานสอบสวนในพื้นที่จะมีอํานาจตามกฎหมายเข้าไปสอบสวนหาความจริงว่าอุบัติเหตุ ใครเป็นคนประมาท ทําให้เกิด เหตุการณ์นี้
ทั้งนี้ เราดูจากคลิปวีดีโอตามข่าว ถ้าพนักงานขับรถเมล์ไปคล่อมบนรางรถไฟ ต้องดูว่าทําไมถึงไปคร่อม เพราะกฎหมายให้หยุดจอดที่เส้นเหลือง จะต้องเว้นทางให้รถไฟผ่าน
ขณะเดียวกันพนักงานรถไฟ ตั้งแต่พนักงานที่ควบคุมแผงกั้นกับพนักงานขับรถได้ทําอะไรทําตามหน้าที่หรือประมาทหรือไม่
พนักงานสอบสวนจะสอบสวนให้ได้ความจริง และถ้าได้เล้ว กฎหมายบัญญัติไว้อย่างไร ก็จะมาพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ทําสํานวนเห็นควรสั่งฟ้องใครบ้างส่งให้พนักงานอัยการ
ในส่วนการดําเนินคดีทางอัยการคุ้มครองสิทธิ์จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ขอให้ติดต่อเข้ามาที่อัยการคุ้มครองสิทธิที่ใกล้บ้านได้เลย เราจะช่วยดําเนินการไม่ว่า จะเป็นเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนแพ่ง และการเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาที่ยื่นฟ้องต่อศาล เป็นการประสานงานกันระหว่างอัยการคุ้มครองสิทธิ์กับอัยการที่ทำคดี เพื่อช่วยเหลือประชาชน
โดยหลังเกิดเหตุตนได้สั่งการลงไปในไลน์รวมของอัยการ สคช. ว่ากรณีช่วยเหลือคดีนี้ให้รายงานมาที่สํานักงานอธิบดีอัยการ สคช. เพื่อจะได้ประสานงานภาพรวมให้ความช่วยเหลือต่อไป
ส่วนครอบครัวของผู้ประสบเหตุอยู่ใกล้ตรงไหนก็ไปใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1157 เหตุการณ์นี้ ถือเป็นภัยสาธารณะจากรถโดยสารประจําทาง ควรจะต้องได้รับเงินชดใช้เยียวยาหลายอย่าง ทั้งกองทุนผู้ประสบภัยและเงินช่วยเหลือต่างๆ เราจะรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อประสานให้ได้รับครบถ้วน
“สุดท้ายอยากฝากว่า เผลอเมื่อไหร่คือประมาททันที ขับรถต้องมีสติตลอดเวลา ท่านขาดสติ แป๊บเดียว เหตุการณ์สูญเสียเกิดขึ้น กระเทือนทั้งประเทศ”
ส่วนที่มีการพูดถึงการที่พนักงานสอบสวนปล่อยพนักงานขับรถไฟกลับบ้าน และมีประเด็นดรามาว่า คนเจ็บยังนอนโรงพยาบาล คนตายหลายคนแต่พนักงานขับรถไฟได้กลับบ้าน
ตนอยากให้สังคมเข้าใจว่าผู้ต้องหามีสิทธิ์จะได้รับการพิจารณาประกันตัว ถ้าเขาไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็เป็นสิทธิตามกฏหมาย ที่ผ่านมาเราเห็นหลายคดีว่าระหว่างพิจารณาคดี ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว แต่พอศาลตัดสินว่าผิด ผู้ต้องหาก็ถูกจําคุกตามคําพิพากษา อยากให้ชาวโซเชียลอย่าตระหนก เอามาเป็นประเด็นให้สังคมเกิดความสับสนกัน ให้รอกระบวนการยุติธรรม
เพราะว่าถ้าเกิดจากความประมาท ใครจะต้องรับผิดชอบ ขสมก. หรือการรถไฟต้องรับผิดชอบหรือไม่ ทุกหน่วยงานต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ส่วนที่บางคนบอกว่าอาจจะเป็นประมาทร่วม มันเป็นเพียงภาษาพูดในทางกฎหมาย ก็จะพิจารณาว่า ใครประมาทอย่างไร คําว่า”ประมาท”ก็คือกระทําโดยปราศจากความระมัดระวัง อย่าลืมว่าใบขับขี่สาธารณะ เวลาสอบมาตรฐานมากกว่าใบขับขี่ธรรมดา จะมีการกํากับความประพฤติ ถ้ารถเมล์ไปจอดคร่อม ถ้าหยุดก่อนได้ ทําไมไม่หยุด ก็ต้องมีการสอบสวน ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย กรรมจะเป็นเครื่องชี้เจตนา ว่าประมาทหรือไม่
ในส่วนรถไฟต้องไปดูว่าการที่จะผ่านจุดมีการหยุดมีการจอดกันอย่างไร กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะนําไปสู่การดําเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุการณ์นี้เรามีกล้องวงจรปิดแทบทุกมุม ความจริงจะนําไปสู่การสอบสวน ขอให้รอ เพราะการจะไปเร่งสรุปอย่างรวดเร็ว อาจจะทำให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไม่ยุติธรรมได้
ในส่วนเงินประกันภัยกับเงินเยียวยาตามหน่วยงานต่างๆ ผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้ ไม่ถือว่ารับซ้ำซ้อน ในประเด็นหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น ขสมก.หรือการรถไฟ คงปฏิเสธเรื่องการรับผิดยาก เพราะนายจ้างต้องรับผิดกับลูกจ้างในคดีละเมิดที่ลูกจ้างได้ทําไปหน้าที่ที่จ้าง ไม่ว่าจะพนักงานดูแลแผงกั้น หรือพนักงานขับรถไฟ ขับรถเมล์ และทุกคนทําหน้าที่ในที่เกิดเหตุทั้งนั้น ในส่วนแพ่ง นายจ้างคงต้องรับผิดกับลูกจ้าง ถ้าตกลงกันไม่ได้ทางอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯ ยินดีเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้
ข่าวล่าสุด