ด้านแม่ของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและขอโทษที่ลูกชายก่อเหตุดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีทราบ และไม่มีวี่แววมาก่อนว่าลูกชายจะไปก่อเหตุ แต่ยอมรับว่าลูกชาย มีพฤติกรรมหมกหมุ่น และติดเกมส์จริงๆ โดยเฉพาะเกมส์วางแผน และต่อสู้ใช้ความรุนแรง รวมทั้งชอบดูหนังแนวเดียวกันนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งได้พยายามห้ามปรามตักเตือนอยู่ตลอด แต่ไม่เป็นผล โดยปกติแล้วลูกชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย และไม่ค่อยพูด จึงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะก่อเหตุเช่นนี้ ซึ่งเมื่อทราบว่าตำรวจเข้ามาจับกุมตัวที่บ้าน ยังตกใจมาก เพราะหลังก่อเหตุแล้วลูกชายได้กลับมาอยู่ที่บ้านและทำตัวเป็นปกติทุกอย่าง
ส่วนประเด็นที่มีการ ระบุว่า ลูกชายก่อเหตุ เพราะทางบ้านมีปัญหาทางการเงิน เนื่องจากถูกหลอกให้ร่วมลงทุนทอง สูญเสียเงินจำนวนมากนั้น แม่ยอมรับว่า ทางบ้านมีปัญหาการเงินจากการถูกหลอกให้ร่วมลงทุนจริง โดยเริ่มลงทุน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทางบ้านได้นำเงินที่มีไปลงทุนกับการเทรดทอง ก่อนไม่ได้รับเงินปันผลและเงินต้น ศูนย์เงินไป 10 ล้านบาท ทำให้ทางบ้านเผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกชายเคยเตือนแล้ว แต่พ่อแม่ไม่เชื่อ จึงอาจเป็นไปได้ที่ลูกชายก่อเหตุ เพราะหวังจะนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัว
ยืนยันว่าทางบ้านไม่รู้เรื่อง หรือระแคะระคายแม้แต่น้อย และถึงจะมีปัญหาเรื่องถูกโกงเงิน แต่ทางบ้านยังใช้ชีวิตอยู่ได้ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้น โดยลูกชายไม่ได้ทำงานอะไร แต่ทำหน้าที่คอยดูแลแม่ และแม่ให้เงินเดือนราวเดือนละ 15,000-20,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อย ส่วนความผิดที่ลูกก่อเหตุนั้น ยอมรับว่าเป็นห่วงลูก เพราะในสายตาแม่แล้ว ลูกเป็นเด็ก และเป็นคนดีเสมอ แต่ก็ไม่ได้ปกป้องว่าลูกไม่ผิด และบอกกับลูกแล้วให้พูดความจริงทั้งหมด พร้อมกันนี้ ขอแสดงความเสียใจและขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย โดยทางครอบครัวจะไปกราบขอขมาแทนลูกชายอย่างแน่นอน
สำหรับการเทรดทองของแม่ผู้ก่อเหตุ คือ มีการนำเงินไปลงทุน เทรด Forex กับ บริษัท GCT (gold carry trade) หลังมีการชักชวนลงทุนอ้างได้ผลกำไรสูง ต่อมาประมาณช่วงเดือนมีนาคม 2565 เริ่มไม่จ่ายผลตอบแทน และเลิกประกอบกิจการบริษัทในเดือน เมษายน 2565 โดยผู้เสียหายได้รวมกันแจ้งความกับ ตำรวจไซเบอร์ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 หลัง CEO หลบหนีไปต่างประเทศ ตั้งแต่เดือน พฤศภาคม 2566 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท