svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าวทั่วไทย

หนุ่มชิงทอง วางแผนไปใช้เงินที่เมืองนอก จองตั๋วเครื่องบินพร้อม

ตร.เปิดแรงจูงใจ หนุ่มชิงทอง อยากใช้หนี้ให้ครอบครัวโดนโกงเทรดทองกว่า 10 ล้าน เผยวางแผนเลียนแบบเกมส์ และหนัง แพลนไปใช้ชีวิตใช้เงินที่เมืองนอก หลังก่อเหตุ นำทองไปขาย - จำนำ ได้เงินกว่า 3แสน จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น

วันที่ 9 กรกฏาคม 2567 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เข้าสอบปากคำ นายนิพิฐพล สมบูรณ์สุขยิ่ง อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาชิงทองกลางห้างดัง จังหวัดเชียงใหม่ อีกครั้ง บรรยากาศการสอบสวนเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยรองผู้การฯ ตำรวจภูธรภาค5 สอบปากคำ นายนิพิฐพล (ผู้ต้องหา) นานนับชั่วโมง  จากนั้นได้คุมตัวผู้ต้องหาแยกไปอีกห้องหนึ่ง เพื่อให้พูดคุยกับพ่อและแม่ที่นำข้าวและน้ำมาเยี่ยมตั้งแต่เช้า ทั้งนี้ ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาสวมหมวกปีก ใส่แว่นตา มีสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงมูลเหตุแรงจูงใจในการลงมือก่อเหตุ และถามว่าอยากขอโทษผู้ตายหรือไม่ ผู้ต้องหาไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่คำเดียว   

ต่อมา พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า จากการสอบสอบสวนผู้ต้องหาวันนี้ ยังคงให้การเหมือนกันกับที่รายละเอียดที่ลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจได้ซักถามประเด็นที่สงสัยที่ยังมีข้อพิรุธ ลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง ซึ่งได้สอบถามก็เคลียร์ทุกประเด็นแล้ว โดยผู้ต้องหาได้วางแผนชิงรถเพื่อไปก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง เมื่อถามว่าทำไมไม่ใช้รถเช่าไปก่อ ผู้ต้องหาบอกว่าหากเช่ารถก็ต้องมีการใช้บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะทำให้ตำรวจติดตามตัวได้ง่าย เขาเลยใช้วิธีนี้แทน ซึ่งทราบอยู่แล้วว่า การทำร้ายเจ้าทรัพย์จนถึงแก่ความตาย แล้วนำศพไปทิ้งซ่อนเร้นอำพราง ทำให้ยังพอมีเวลาในการหลบหนีหลังจากก่อเหตุแล้ว

หนุ่มชิงทอง วางแผนไปใช้เงินที่เมืองนอก จองตั๋วเครื่องบินพร้อม

เบื้องต้น พยานหลักฐานที่ปรากฏนั้น ผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงคนเดียว คำให้การน่าเชื่อว่าทำเพียงคนเดียว โดยมูลเหตุจูงใจคือต้องการไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก และอีกส่วนหนึ่งคิดว่าหากไปอยู่เมืองนอกเสร็จ ก็จะนำเงินที่ขายทองได้มาดูแลพ่อแม่ได้ นอกจากนี้ จากคำให้การของผู้ต้องหา ระบุว่า มีการจองตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยหลังก่อเหตุได้นำทองไปขายและจำนำโดยได้จองตั๋วเครื่องบินไว้ไฟท์บินเวล สองทุ่ม ของวันที่ 8 กรกฏาคม 2567 บินจากจังหวัดเชียงใหม่ไปลงสุวรรณภูมิ เพื่อต่อเครื่องไปประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นจะไปประเทศที่ 3 ต่อ ซึ่งจำเป็นต้องการใช้เงิน  ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ต้องหาก็สำนึกผิด ซึ่งแผนการก่อเหตุนั้นก็มาจากเกมส์ และหนังซึ่งมีการชิงรถไปก่อเหตุ 

สำหรับทองที่ผู้ต้องหาได้ชิงไปนั้นมีน้ำหนักรวม 80 บาท  จำนวน 32 เส้น ทางร้านได้คืน 25  เส้น มีการขายและนำไปจำนำ 7 เส้นได้เงินมา 300,000กว่าบาท จากนั้นได้นำเงินโอนเข้าบัญชีตัวเองและน้องสาว

เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน ,ซ่อนเร้นอำพรางศพ และพกพาอาวุธปืน 
ทั้งนี้ มีรายงานว่าการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีชิงทอง พื้นที่ สภ.แม่ปิง ตำรวจไม่ทำแผนแล้ว ส่วนคดีชิงรถและฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้นอำพรางศพ พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ คาดว่าจะทำแผนในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.2567) เนื่องจากต้องนำตัวผู้ต้องหาฝากขังศาลจังหวัดเชียงใหม่ก่อนเที่ยง

ด้านแม่ของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและขอโทษที่ลูกชายก่อเหตุดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีทราบ และไม่มีวี่แววมาก่อนว่าลูกชายจะไปก่อเหตุ แต่ยอมรับว่าลูกชาย มีพฤติกรรมหมกหมุ่น และติดเกมส์จริงๆ โดยเฉพาะเกมส์วางแผน และต่อสู้ใช้ความรุนแรง รวมทั้งชอบดูหนังแนวเดียวกันนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งได้พยายามห้ามปรามตักเตือนอยู่ตลอด แต่ไม่เป็นผล โดยปกติแล้วลูกชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย และไม่ค่อยพูด จึงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะก่อเหตุเช่นนี้ ซึ่งเมื่อทราบว่าตำรวจเข้ามาจับกุมตัวที่บ้าน ยังตกใจมาก เพราะหลังก่อเหตุแล้วลูกชายได้กลับมาอยู่ที่บ้านและทำตัวเป็นปกติทุกอย่าง

หนุ่มชิงทอง วางแผนไปใช้เงินที่เมืองนอก จองตั๋วเครื่องบินพร้อม

ส่วนประเด็นที่มีการ ระบุว่า ลูกชายก่อเหตุ เพราะทางบ้านมีปัญหาทางการเงิน เนื่องจากถูกหลอกให้ร่วมลงทุนทอง สูญเสียเงินจำนวนมากนั้น แม่ยอมรับว่า ทางบ้านมีปัญหาการเงินจากการถูกหลอกให้ร่วมลงทุนจริง โดยเริ่มลงทุน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทางบ้านได้นำเงินที่มีไปลงทุนกับการเทรดทอง ก่อนไม่ได้รับเงินปันผลและเงินต้น ศูนย์เงินไป 10 ล้านบาท ทำให้ทางบ้านเผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกชายเคยเตือนแล้ว แต่พ่อแม่ไม่เชื่อ จึงอาจเป็นไปได้ที่ลูกชายก่อเหตุ เพราะหวังจะนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัว 

ยืนยันว่าทางบ้านไม่รู้เรื่อง หรือระแคะระคายแม้แต่น้อย และถึงจะมีปัญหาเรื่องถูกโกงเงิน แต่ทางบ้านยังใช้ชีวิตอยู่ได้ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้น โดยลูกชายไม่ได้ทำงานอะไร แต่ทำหน้าที่คอยดูแลแม่ และแม่ให้เงินเดือนราวเดือนละ 15,000-20,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อย ส่วนความผิดที่ลูกก่อเหตุนั้น ยอมรับว่าเป็นห่วงลูก เพราะในสายตาแม่แล้ว ลูกเป็นเด็ก และเป็นคนดีเสมอ แต่ก็ไม่ได้ปกป้องว่าลูกไม่ผิด และบอกกับลูกแล้วให้พูดความจริงทั้งหมด พร้อมกันนี้ ขอแสดงความเสียใจและขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย โดยทางครอบครัวจะไปกราบขอขมาแทนลูกชายอย่างแน่นอน

สำหรับการเทรดทองของแม่ผู้ก่อเหตุ คือ มีการนำเงินไปลงทุน เทรด Forex กับ บริษัท GCT (gold carry trade) หลังมีการชักชวนลงทุนอ้างได้ผลกำไรสูง ต่อมาประมาณช่วงเดือนมีนาคม 2565 เริ่มไม่จ่ายผลตอบแทน และเลิกประกอบกิจการบริษัทในเดือน เมษายน 2565 โดยผู้เสียหายได้รวมกันแจ้งความกับ ตำรวจไซเบอร์ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 หลัง CEO หลบหนีไปต่างประเทศ ตั้งแต่เดือน พฤศภาคม 2566 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท