ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตอนแรกเป็นเรื่องระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง คือผู้บาดเจ็บกับพนักงาน “อะโกโก้” โดยฝ่ายผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายเริ่มก่อน กระทั่งผู้หญิงเรียกชาวต่างชาติเข้ามาช่วย จนเกิดชุลมุนกัน ทำให้พนักงานในร้านอะโกโก้ดังกล่าวไม่พอใจพากันกรูเข้ามาช่วย บางคนห้าม แต่บางคนกลับลงมือทำร้ายด้วย จนต่างชาติได้รับบาดเจ็บ และทำให้ป้ายร้านข้างเคียงได้รับความเสียหายด้วย
ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บพยายามวิ่งหนีแล้ว แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงวิ่งไล่ทำร้าย โดยไม่แคร์สายตานักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณนั้น รวมไปถึงไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองแม้แต่น้อย
เบื้องต้น ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.ณัชพล แสงสี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จากนั้น รอง สว.สอบสวน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาเบาะแส จากพยานแวดล้อม กล้องวงจรปิด ในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมา สอบปากคำ เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ก่อนจะดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ทั้งที่ทางภาครัฐ มีนโยบายขยายเวลาให้เปิดสถานบันเทิงได้ถึง 04.00 น. เพื่อผลักดันระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น แต่กลับเกิดเหตุการความรุนแรงเช่นนี้ขึ้น จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ รวมถึงเพิ่มบทลงโทษกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานรวมถึงร้านที่เกิดเหตุด้วย