นางไพรวัน แม่ของนายอานันต์ ผู้เสียชีวิต ที่เดินทางมาจาก อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา เพื่อร่วมงานศพลูกชาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนที่ศพลูกชายมาถึง ตนเองก็พาลูกเมียญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตมายืนรอรับศพ แม้จะทำใจไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ จากการสูญเสียของลูกชายอันเป็นที่รักในครั้งนี้ ตนเองรู้สึกเสียใจมากที่ลูกชายต้องกลับมาในสภาพนี้
หลังลูกชายเดินทางไปทำงานประเทศอิสราเอล ผ่านกรมจัดหางานได้ 2 ปีกว่าๆ ในทุกเดือนลูกชายก็มักจะโทรศัพท์มาหา นอกนั้นยังส่งเงินมาให้ทุกเดือนไม่เคยขาด พร้อมบอกว่ากำลังมีแผนที่จะเก็บเงินก่อสร้างบ้านหลังใหม่ และได้ถมดินปรับพื้นที่ไว้แล้ว แต่ยังไม่ทันลงมือก่อสร้าง ตัวเองก็มาเสียชีวิตอย่างกระทันหันเสียก่อน ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว นอกนั้นก็อยากขอฝากขอบคุณรัฐบาลไทยที่ช่วยเหลือนำศพลูกชายกลับมาให้บำเพ็ญกุศลที่บ้าน ส่วนจะมีการฌาปณกิจวันใด ขอปรึกษากับลูกเมียญาติพี่น้องและครอบครัวก่อน
ด้าน นางสาวภิตินันท์ สินธุพันธ์ประทุม นักวิชาการแรงงาน ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิต ทางตัวแทนจัดหางานจังหวัดชัยภูมิได้เข้ามาดูแล ถ้าในกรณีจดทะเบียนสมรส ทางครอบครัวก็จะได้เงินเดือน เดือนละ 4 หมื่นบาท จนกระทั่งเสียชีวิตหรือแต่งงานใหม่ และบุตรของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเดือนละ 8,000 บาท ในทุกเดือน ส่วนประกันสังคมของผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินที่ของผู้เสียชีวิตออมไว้ทั้งหมด 104,665 บาท ค่าทำศพได้ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์คนตาย 28,800 บาท ซึ่งทั้งหมดจะได้รับหลังจากที่ร่างกลับถึงภูมิลำเนา และจะนำจ่ายให้กับทายาทต่อไป