เนชั่นทีวี

ข่าว

ทส.จ่อชง ครม.อนุมัติมาตรการเร่งด่วน รับมือ PM2.5 ปี 2567

01 ต.ค. 2566 | sitthichai_nak

ทส.จ่อชง ครม.อนุมัติมาตรการเร่งด่วน รับมือ PM2.5 ปี 2567

คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบ การปรับโครงสร้าง มาตรการรับมือป้องกัน-แก้ไข พื้นที่เผาไหม้ป่าซ้ำซาก ตั้งศูนย์อำนวยการ แบ่งการสั่งการ “ระดับชาติ - พื้นที่” เสนอแรงจูงใจ ดึงเอกชน - ประชาชน เพิ่มความร่วมมือ พื้นที่ภาคเหนือ

1 ตุลาคม 2566 จากการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมเตรียมมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ปี 2567 อย่างเร่งด่วน สืบเนื่องจากการคาดการณ์แนวโน้มฝุ่นละอองปี 2567 สถานการณ์จะมีความรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา 

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ที่ประชุม รับฟังข้อมูลมลพิษ ด้านฝุ่นละออง PM2.5 ใน 4 ภูมิภาค ของแต่ละพื้นที่ ทำให้ได้ประเด็นปัญหา อุปสรรคการดำเนินงาน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะมาตรการทั้งในเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ รวมถึงได้พิจารณาข้อเสนอแนวทางแก้ไขหรือจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ร่วมกับสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง พิจารณา ในทุกมิติทั้งในด้านระบบกลไกการทำงาน ข้อมูล งบประมาณ กฎระเบียบ และการสื่อสาร

คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เห็นชอบกับ “มาตรการการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567” โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดพื้นที่เป้าหมายแบบมุ่งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่เผาซ้ำซาก ได้แก่ 10 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ เน้นตรึงพื้นที่ จัดระเบียบควบคุมผู้ใช้ประโยชน์ ทำกติการ่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพิ่มประสิทธิภาพการบัญชาการสถานการณ์ไฟป่า ตั้งจุดตรวจสกัดเฝ้าระวังการเข้าออก ลาดตระเวน ดึงประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วม สำหรับพื้นที่เกษตรเผาไหม้ พัฒนา “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ” (Traceability) และเร่งนำ “ระบบการรับรองผลผลิตทางเกษตรแบบไม่เผา” (GAP PM 2.5 Free) มาใช้ โดยเฉพาะรอบโรงไฟฟ้าชีวมวล จะมีการบริหารจัดการและเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุการเกษตร สร้างกลไกการบริหารจัดการระดับชาติและระดับจังหวัด เพื่ออำนวยการ สั่งการ ระงับเหตุ ประสานเชื่อมโยงจากระดับนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ 

นายปิ่นสักก์ ระบุ ในที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ มีมติให้มีการตั้งคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อสั่งการระดับชาติ และศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดแบบถาวร ยกระดับการเจรจาเป็นระดับทวิภาคีและใช้เงื่อนไขทางการค้าเพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน สื่อสารให้ตรงจุดและต่อเนื่อง บูรณาการงบประมาณประเด็นการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนแก้ไขปัญหา โดยให้สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจตอบแทน โดยมีเป้าหมาย ดังนี้

1) พื้นที่เผาไหม้ 10 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวน ลดลงร้อยละ 50

2) พื้นที่เกษตรกรรมเผาไหม้ ลดลงร้อยละ 50

3) ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ลดลงร้อยละ 40

4) จำนวนวันที่ฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 30

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบกับการแต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ  และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นประธานกรรมการ,  นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และ มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ  เป็นรองประธานกรรมการ และเห็นชอบกับกลไกการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ โดยให้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง หมอกควัน และฝุ่นละออง ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และมอบหมายให้ ทส. เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

ข่าวล่าสุด