ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ในช่วงสัปดาห์นี้จะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศ ประมาณ 4,700 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะใน 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา จะมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมกันประมาณ 1,300 ล้าน ลบ.ม.
รวมทั้งยังจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้อีกประมาณ 220 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอที่จะจัดสรรน้ำสนับสนุนความต้องการใช้น้ำทั้งภาคอุปโภค-บริโภค การรักษาระบบนิเวศ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรต่อเนื่อง และไม้ผล
เลขาธิการ สทนช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ในพื้นที่ตอนบนเข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝน สทนช.ได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้เร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด
โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักของลุ่มเจ้าพระยา พร้อมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรที่มีแหล่งเก็บกักน้ำเป็นของตัวเอง ให้เก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดจากสภาวะเอลนีโญ