รู้สาเหตุ "ผู้กำกับเบิ้ม"ปลิดชีพ วันนี้
สำหรับประเด็นการเสียชีวิตของ ผกก.เบิ้ม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้มีการเก็บหลักฐานทั้งหมดทั้งคราบเขม่าดินปืน ซึ่งจะมีการสรุปในวันที่ 12 ก.ย.อีกครั้งว่าการตายเกิดจากอะไร วันนี้เห็นจากที่เกิดเหตุคือการยิงตัวตาย แต่ก็ยังต้องมีการตรวจสอบลักษณะท่าทางการตายว่าตายอย่างไร ซึ่งจะตรวจสอบทั้งหมด เพื่อให้สิ้นประเด็นในข้อสงสัย
ทั้งนี้ ผกก.เบิ้มได้ปีนเข้าบ้านประมาณตี 4 กว่าๆ และจะตรวจสอบว่าได้ยินเสียงปืนดังตอนกี่โมงก็จะทราบเวลาตาย โดยแพทย์ระบุว่าตายประมาณ 6-8 ชั่วโมง โดยจะรอผลจากพิสูจน์หลักฐาน
ส่วนประเด็นโทรศัพท์มือถือว่ามีกี่เครื่องรอการตรวจสอบอยู่ ทั้งในเรื่องสัญญาณที่พบที่บางนา ก็จะมีการตรวจสอบให้ชัดเจน โดยที่ทราบว่ามีความเครียดแต่ไม่ทราบว่าขนาดไหน แต่ตำรวจทุกคนที่มีคดีก็เครียดทุกคน แต่การตรวจสอบจากนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนนี้สั่งการระดับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดว่าที่เหลือถ้ามีจะต้องส่งเข้าบำบัดในสถานพยาบาลจามกระบวนการ
ส่วนเป้าหมายที่จะลงพื้นที่ใดในการจู่โจม ระบุไม่ได้เป็นความลับ สำหรับกรณี มีนักข่าวโทรไปสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและมีการข่มขู่ว่าจะมีการจะถูกยิง สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ตนเอง ซึ่งตำรวจทั้งหมดได้เรียกสอบเพื่อหาความเป็นจริงแต่ยังไม่ให้ความเป็นจริงและได้สอบในฐานะการเป็นพยาน ถ้ามีการให้การแล้วเป็นเท็จก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มแน่นอน
"จากนี้จะมีการหมายจับอีกแน่นอน และขอใช้เวลาอีกหน่อยให้พนักงานสอบสวนทำงานก่อน โดยนายตำรวจที่เรียกสอบมีเท่านี้ และรวมถึงเรื่องส่วนสติ๊กเกอร์ ไปด้วย"
ส่วนการเด้งผู้การและผู้กำกับการเมืองนครปฐม เป็นเรื่องของความหย่อนยานในการทำหน้าที่ปล่อยให้ลูกน้องไปรับใช้กลุ่มคน ซึ่งถ้าตำรวจไม่ไปเป็นไม้ค้ำยันให้ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้
ผบ.ตร. แถลงยืนยัน "ผู้กำกับเบิ้ม" ปลิดชีพตัวเอง
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. แถลงความคืบหน้าที่จ.เชียงราย ถึงกรณี พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล.ที่ได้ใช้อาวธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก ว่า ได้สั่งการให้ ผบช.ภ.1 ไปดูสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมข้อมูลหลักฐานอย่างขัดเจน มีการตรวจชันสูตรหลักฐานจากแพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) พนักงานสอบสวนและพนักงานสืบสวน ทั้งจากตำรวจในพื้นที่และระดับ ภ.1 รวมทั้งได้ตรวจช่วงเวลาหรือไทม์ไลน์ของ พ.ต.อ.วชิรา จนได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว
ไทม์ไลน์เริ่มจากการรับประทานอาหารกับเพื่อน โดยจากการสอบถามเพื่อนๆ ทราบว่ามีความเครียดและทานอาหารไม่ลง เนื่องจากกรณี พ.ต.ต.ศิวกร ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาได้เสียชีวิต และยังมีข่าวสารอื่นๆ อีก ทำให้เพื่อนๆ ชักชวนให้พักที่โรงแรมที่ทานอาหารด้วยกันก่อน แล้วค่อยกลับบ้าน แต่เจ้าตัวก็ออกจากโรงแรมตอนประมาณ 04.00 น.โดยนั่งรถแท็กซี่ส่วนบุคคลไป ถึงบ้านพักที่เกิดเหตุในเวลา 04.51 น.
จากนั้นคาดว่าลืมกุญแจไว้ในรถแท็กซี่จึงได้ปีนรั้วเข้าไปในบ้านพักก่อนที่ในอีก 4 นาทีจะมีเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 1 นัด และช่วงบ่ายทางผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนๆ ติดต่อไม่ได้จึงไปดูที่บ้านพักก็พบว่าเสียชีวิตแล้วดังกล่าว
“จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจากหน่วยงานต่างๆ ดักล่าวไม่มีร่องรอยใดๆ ไม่มีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบด้านเขม่าดินปืนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยจาก พฐ.พบคราบเขม่าดินปืนในมือของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ข้าง จึงได้จำลองเหตุการณ์ว่าได้ว่ามีการใช้มือขวาถือปืนของตัวเองยิงโดยใช้มือซ้ายประคอง ด้วยหลักฐานทั้งหมดดังกล่าวจึงสรุปได้ว่าน่าเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย โดยการยืนยันจากหลักฐานในที่เกิดเหตุและทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความสอดคล้องกัน”
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุทาง พ.ต.อ.วชิรา ได้บ่นอีกว่าเขารู้สึกเสียใจที่ พ.ต.ต.ศิวกร เสียชีวิตและขณะเกิดเหตุที่ จ.นครปฐม ก็ไม่ได้เอาปืนลงไปด้วย เพราะเป็นงานเลี้ยง แต่หลังมีการยิง พ.ต.ต.ศิวกร แล้วเขาเองเป็นคนพาคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และจากคำให้การของ พ.ต.อ.วชิรา หลังจากนั้นก็ยืนยันว่าคนที่ยิงคือนายหน่อง