เนชั่นทีวี

ข่าว

แม่ร้อง 'ปวีณา' ลูกสาวไปทำงานญี่ปุ่น 1 วัน ตกตึก 8 ชั้น ดับปริศนา

10 ก.ย. 2566 | thunchanok_kul

แม่ร้อง 'ปวีณา' ลูกสาวไปทำงานญี่ปุ่น 1 วัน ตกตึก 8 ชั้น ดับปริศนา

แม่ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ลูกสาวไปทำงานญี่ปุ่นได้ 1 วัน ตกตึก 8 ชั้น ดับปริศนา คาใจไม่เชื่อลูกสาวฆ่าตัวตาย พ้อไม่มีเงินส่งอัฐิลูกกลับบ้าน ปวีณา ประสาน อธิบดีกรมการกงสุล ช่วย

ปทุมธานี วันที่ 10 กันยายน 2566 นางสาวสมพร ศิริโสภณ อายุ 48 ปี  เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กรณี  นางสาวธนพร ลูกสาว อายุ 23 ปี (ลูกสาว) เดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเสียชีวิตปริศนา 
นางสาวสมพร  กล่าวว่า ลูกสาวบอกว่าจะไปทำงานพีอาร์ ที่ประเทศญี่ปุ่น เดินทางเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2566 ช่วงนั้น ยังแชทคุยไลน์กับลูกได้อยู่ ต่อมาตนไลน์ไปลูกไม่มีการเปิดอ่านข้อความ และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย กระทั่งผ่านไป 5 วัน (วันที่ 26 ก.ค.2566) ตนได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลแจ้งว่า ลูกสาวเสียชีวิตอยู่ในซอกตึกอาคารที่พัก ในพื้นที่เขตอำเภออิเซซากิ จังหวัดคานากาวะ สาเหตุตกจากที่สูง ชั้น 8 โดยเจ้าหน้าที่แจ้งเพิ่มเติมเป็นเอกสารอีกว่า วันที่ 23 ก.ค.2566 กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพลูกสาวเดินลากกระเป๋าเข้าอาคารที่พัก เวลา 17.55 น. ต่อมามีผู้ที่พักอยู่ชั้น 8 พบกระเป๋าถูกวางทิ้งไว้หน้าห้องแต่ไม่พบเจ้าของ จึงนำกระเป๋าส่งสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่พบเอกสารของลูกสาวจึงได้โทรฯ ติดต่อแต่ไม่มีผู้รับสาย
แม่ร้อง 'ปวีณา' ลูกสาวไปทำงานญี่ปุ่น 1 วัน ตกตึก 8 ชั้น ดับปริศนา  

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงโทรติดต่อตน ในฐานะแม่ ตามที่ลูกสาวให้เบอร์ฉุกเฉินไว้ แต่ตนก็ไม่ได้รับสาย เนื่องจากเป็นเบอร์แปลก กระทั่งวันที่ 26 ก.ค. 2566 เจ้าหน้าที่โทรมาอีกครั้งแจ้งข่าวร้ายว่า พบศพลูกอยู่ที่ซอกตึก บริเวณชั้น 8 จากการตรวจสอบที่ริมสุดของทางเดินชั้น 8 ที่คาดว่าตกลงมาไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และไม่พบลายนิ้วมือหรือรอยเท้าผู้อื่น ตำรวจจึงลงความเห็นว่าเป็นการอัตวิบากกรรม หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งตนไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีสาเหตุแรงจูงใจอะไร ลูกสาวตั้งใจจะไปทำงานหาเงินส่งมาให้แม่เปิดร้านน้ำ โดยฝากลูกชาย 4 ขวบไว้ให้แม่เลี้ยง ถ้าจะฆ่าตัวตายลูกสาวคงไม่ต้องเดินทางไปถึงญี่ปุ่น ตนสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของลูก แต่แม่ไม่มีเงินที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อหาข้อเท็จจริง 

นางสาวสมพร กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางสถานทูตได้ช่วยดำเนินการเผาศพลูกสาวแล้ว แต่ตนไม่มีค่าใช้จ่ายในการส่งอัฐิกลับมาประเทศไทย ซึ่งต้องใช้เงินประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท ตนมีฐานะยากจน และยังต้องเลี้ยงดูหลานชายวัย 4 ขวบ จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ 

ด้าน นางปวีณา ตั้งข้อสังเกตว่า ในรายงานการสืบสวนของตำรวจญี่ปุ่น มีการระบุว่า นางสาวธนพร ได้มีการคุยโทรศัพท์ก่อนที่จะเสียชีวิต จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดข้อสงสัยได้ว่า โทรศัพท์สายสุดท้ายที่นางสาวธนพร ได้มีการพุดคุยนั้น อาจจะเป็นมูลเหตุทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ ตนจะประสาน นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล เพื่อขอให้ช่วยดำเนินการเรื่องนำอัฐิกลับมาเมืองไทย เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ส่วนเรื่องการเสียชีวิตของน้องเป็นที่น่าสงสัยว่า ก่อนน้องเสียชีวิตภาพวงจรปิดที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการบันทึกว่ามีการพูดโทรศัพท์กับใครก่อนที่น้องจะขึ้นไปที่ชั้น8 แล้วจากนั้นจึงได้ตกตึก รายละเอียดหนังสือจากทางเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่นเขียนรายละเอียดชัดเจน และระบุว่าหากต้องการภาพจากกล้องวงจรปิดที่น้องเสียชีวิต สามารถติดต่อไปได้ มูลนิธิปวีณาฯจะพยายามประสานสถานทูต เพื่อขอรูปจากกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ มูลนิธิปวีณาฯขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และจะรีบดำเนินการประสานเพื่อนำอัฐิกลับมาโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด