ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรณี ไม้พะยูงของกลาง ที่หายไปเทศบาลตำบลอิตื้อ และการตัดไม้ที่โรงเรียนคำไฮวิทยา ก็ได้รับรายงานขั้นตอนต่าง ๆ เพียงเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนรายละเอียด น่าจะเป็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นการประเมิน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ท. ที่จะต้องดำเนินการสอบสวน
ส่วนตนจะกำชับ นายอำเภอ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ช่วยกันรักษา และตรวจสอบ หากพบเห็นการตัดต้นไม้ หรือมีผู้มาติดต่อซื้อไม้ ให้แจ้งฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่จะได้เข้าไปตรวจสอบ ไม่ให้มีการลักลอบตัดไม้เกิดขึ้น
“การขออนุญาตตัดไม้ช่วงนี้ ให้ชะลอก่อน และห้ามไม่ให้มีการประมูลไม้ หากธนารักษ์จะมีการประมูล ขอให้แจ้งมายังจังหวัด เพื่อจะได้มอบหมาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วน สพป.กาฬสินธุ์เขต 2 ยังไม่มีรายงานชี้แจง เข้ามาแต่อย่างใด”
เปิดเอกสารคำสั่ง ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ผิดมาตรา 157
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง กล่าวว่า การทำงานขณะนี้ นอกจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จะมีทีมเฉพาะกิจ เก็บรวบรวมหลักฐานแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ชุดรวบรวม และตรวจสอบข่าว กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ และชุดเฉพาะกิจ ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินการเก็บหลักฐาน การร้องเรียนจากประชาชน ในการแกะรอยการตัดไม้พะยูง ที่อยู่ในพื้นที่หลวงเป็นของแผ่นดิน
ในกรณีโรงเรียนคำไฮวิทยาคม ประมูลขายไป 22 ต้น 2 ตอ ราคา 153,000 บาท เบื้องต้นชัดเจนว่า ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ - สพป.เขต 2 ฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าฯ ที่ห้ามตัดไม้พะยูง อีกทั้งพ่อค้าไม้พะยูง ยืนยันว่า ได้ชำระเงินกว่า เก้าแสนกว่าบาท ไม่ใช่ที่ระบุไว้ในใบเสร็จ 153,000 บาท และพร้อมที่จะให้การกับฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากเกรงกลัวความผิด
แหล่งข่าวระบุว่า พบเอกสารสำคัญ ลงวันที่ 1 ก.พ. 60 ที่ กค.0305/ว20 ของ กรมธนารักษ์ เป็นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด เรื่องการตัดต้นไ ม้ในที่ราชพัสดุ เนื้อหาระบุชัด ถึงความต้องการ ของกรมธนารักษ์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ตามนโยบายของรัฐบาล
โดยอธิบายเหตุผล การตัดไม้มีค่าในที่ราชพัสดุ ต้องหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้ใหญ่ และห้ามดำเนินการ ในที่ราชพัสดุ ที่มีสภาพเป็นป่าไม้หนาแน่น ยกเว้นในกรณีที่มีเหตุผล และความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น กีดขวางการใช้พื้นที่ เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือกีดขวางสายไฟฟ้า หรืออาจโค่นล้ม จนเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือเป็นการตัดแต่งต้นไม้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสวยงาม
ซ้ำเอกสารยังระบุด้วยว่า การตัดหากมีเหตุผลความจำเป็น ต้องตัดโค่นไม้หรือป่าไม้ นอกเหนือจากกรณีดังกล่าว ให้รวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริง พร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็น โดยเปรียบเทียบผลดี และผลเสีย ในการดำเนินการ พร้อมทั้งความเห็นที่เกี่ยวข้อง ให้กรมธนารักษ์ พิจารณาอนุญาต ตามความเหมาะสมเป็นกรณีไป
ทั้งนี้เนื้อหาโดยรวม หากธนารักษ์พื้นที่ใด ต้องการดำเนินการตัดไม้มีค่า ก็จะต้องแจ้งถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบทุกครั้ง แต่การตัดต้นไม้มีค่าตามโรงเรียน ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ไม่ได้ดำเนินการตามหนังสือสั่งการฉบับนี้แต่อย่างใด อีกทั้งไม่เคยรายงาน ตามการปฏิบัติตามหนังสือสั่งการนี้ และไม่เคยแจ้งให้จังหวัด ทราบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถือเป็นความผิดตามมาตรา 157 อีกทั้งยังพบว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปวัดไม้ตามโรงเรียน เพื่อตัดประมูลขายซะเองอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามไปยัง ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ และผู้อำนวยการ สพป.กาฬสินธุ์เขต 2 เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง ในการซื้อขาย ไม้พะยูง ตามโรงเรียน ย้อนหลัง ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ ทั้งสองหน่วยงาน ยังไม่มีใครให้ข้อมูล มีเพียง อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งย้ายข้าราชการ ที่พัวพันในคดี และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่ง นายพิชิต สมบัติมาก รองปลัด ทส. ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์
ชาวบ้านในพื้นที่ จึงวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้ อธิบดีกรมธนารักษ์ และโดยเฉพาะ เลขาฯสพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาตอบสังคม เพื่อความกระจ่าง รวมถึง องค์กร อิสระ ป.ป.ช.- ป.ป.ท.- สตง. ชาวบ้านวิงวอน ให้เร่งติดตามเอาผิดในเรื่องนี้ด้วย