บันเทิง! เมืองประจวบอ่วม น้ำเน่าทะลักท่วม หลังไม่สามารถระบายลงทะเลได้
21 ส.ค. 2566 | titayu_pur

บันเทิง! เมืองประจวบอ่วม น้ำเน่าระบายลงทะเลไม่ได้ ทะลักท่วมถนนหลายจุด นายกเล็กแจ้งผู้อยู่อาศัยริมถนน หากฝนตกให้ยกสิ่งของขึ้นสูง หลังปัญหาแก้ไม่ตก
ข่าว
21 ส.ค. 2566 | titayu_pur

บันเทิง! เมืองประจวบอ่วม น้ำเน่าระบายลงทะเลไม่ได้ ทะลักท่วมถนนหลายจุด นายกเล็กแจ้งผู้อยู่อาศัยริมถนน หากฝนตกให้ยกสิ่งของขึ้นสูง หลังปัญหาแก้ไม่ตก
21 สิงหาคม 2566 ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง ส่งผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวประจวบคีรีขันธ์ กรณีศาลปกครองเพชรบุรี มีคำสั่งตั้งแต่เดือน มี.ค. 66 สั่งเทศบาลปิดท่อน้ำทิ้งทุกจุด ตลอดแนวชายหาด ส่งผลให้การระบายน้ำ ไม่สามารถไหลลงทะเลอ่าวประจวบฯ ได้ตามปกติ ซ้ำร้ายน้ำที่ท่วมขัง ยังมีสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น คาดว่าเป็นน้ำเสียปนกับน้ำฝน ไหลผ่านท่อจากชุมชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา มีรายงานว่า หลังมีฝนตกประมาณ 20 นาที ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้มีน้ำท่วมขังบริเวณบนถนนเลียบชายหาด ที่ชุมชนหัวบ้าน ตั้งแต่หน้าร้านครัวอินทาวน์ ถึงร้านลุงหมึกป้าหลอด โดยน้ำมีสีคล้ำและกลิ่นเหม็น ท่วมสูงเฉลี่ย 10-30 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กเดินทางไม่สะดวก และกระทบการเปิดร้านค้า
นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมขัง ที่ถนนเลียบหาด ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเปิดท่อระบายน้ำทิ้งลงทะเล ขณะที่มีตัวแทนผู้ร้องคดี ที่ ส.2/2565 ที่ศาลปกครองเพชรบุรี บันทึกหลักฐาน เพื่อเสนอให้ศาลพิจารณาว่า หน่วยงานผู้ถูกร้องมีการฝ่าฝืนคำสั่ง
ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังมีฝนตกในพื้นที่ ภายหลังศาลปกครองเพชรบุรี มีคำสั่งให้เทศบาลเมืองประจวบฯ ปิดทางระบายน้ำทุกจุดที่สันเขื่อน ก่อนปล่อยน้ำลงชายหาดโดยไม่ผ่านการบำบัด
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊กของเทศบาลเมืองประจวบฯ แจ้งว่า นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน บริเวณถนนเลียบชายทะเล เหตุจากฝนตกน้ำท่วมขัง และไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้
โดยขอให้ประชาชน บริเวณถนนเลียบชายทะเล หรือใกล้เคียง เฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วม เมื่อฝนตกหนัก ขอให้ยกของใช้ ของจำเป็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง โดยสามารถขอความช่วยเหลือ ได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ด้าน จ่าอากาศเอก เสกสรรค์ จันทร ผู้ฟ้องคดีศาลปกครอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 66 ศาลปกครองเพชรบุรี มีคำสั่งในคดีกำหนดวิธีการ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ก่อนพิพากษา กรณีทิ้งน้ำเสียลงหาด ให้เทศบาลเมืองประจวบฯ ปิดจุดระบายน้ำล้น ที่ฝายน้ำล้นทุกจุด และทำการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ว่าฯ ประจวบ หาวิธีแก้ไขกรณีมีน้ำฝนจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วม โดยให้ดำเนินการทันที จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
ซึ่งแม้ศาล จะมีคำสั่งนานหลายเดือน ปัจจุบันยังมีปัญหา การปล่อยน้ำเสียตามปกติ ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วม ก็ทราบว่า เทศบาลได้เสนอรายงาน ในการขุดลอกร่องน้ำ ริมทางรถไฟฝั่งตะวันตก ให้ศาลพิจารณา แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ จุดที่การปล่อยน้ำเสียบนถนนเลียบหาด
จ่าอากาศเอก เสกสรรค์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ผู้ร้อง ได้ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ให้ศาลพิจารณาอย่างต่อเนื่อง ตามข้อเท็จจริงทราบปรากฏ หลังจากศาลมีคำสั่งปิดท่อน้ำทิ้ง ไม่ไห้ปล่อยลงทะเล โดยไม่ผ่านการบำบัด แต่พบว่า ยังมีการเปิดท่อปกติ สำหรับปัญหาดังกล่าว ประชาชนและร้านอาหาร ร้านค้า ริมถนนเลียบหาด บางรายอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน และไม่พอใจ กรณีน้ำเน่ากลิ่นเหม็นท่วมขังบนถนน
ที่ผ่านมาได้นำเอกสาร การอภิปรายในสภาเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเทศบาลมีงบ 17.7 ล้านบาท ทำสถานีสูบน้ำจากถนนเลียบหาด ไปที่บ่อบำบัดน้ำเสียด้านหลังเรือนจำ โดยผู้อภิปรายคือ นายศิลา โพธิ์ระย้า สมาชิกสภาเทศบาล ระบุชัดเจนว่า โครงการดังกล่าว มีประชาชนต้องการให้จัดสร้าง 99% เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในเมืองท่องเที่ยว ปัจจุบันหากมีการทำโครงการนี้ ประชาชนในพื้นที่ จะไม่มีความเดือดร้อน จากปัญหาที่ศาลสั่งปิดท่อน้ำทิ้งที่สันเขื่อน