ก่อนหน้านี้ลูกชายอีกคน ที่บวชเป็นพระนานกว่า 22 พรรษา ได้ลาสิกขาออกมาดูแลแม่ และน้องฝาแฝดทั้ง 2 คอยหาปลา หาผัก มาหุงหาเลี้ยงน้อง และแม่ที่แก่ชรามากแล้ว จึงพอเบาแรงไปได้บ้าง ส่วนเงินทองนั้น ไม่มีรายได้อื่นใด นอกจากเบี้ยคนแก่ เบี้ยคนพิการของฝาแฝดทั้ง 2 และความเมตตาข้าวก้นบาตร จาก หลวงพ่อเงิน วัดสะเดาโด่ (วัดแก้วสามัคคี)
ทั้งนี้ ลูกสาวทั้ง 2 ที่พิการ น.ส.ธิดารัตน์ หรือ เล็ก และ น.ส.ธัญญา หรือ ใหญ่ ได้กล่าวถึงความรู้สึกต่อแม่สั้น ๆ เพียงว่า เธอ รักแม่ รักแม่มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้า นั้นปี พ.ศ.2551 ยายจ้อย เคยได้รับรางวัล “แม่ดีเด่น” จาก ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นางพรรณี แก่นสุวรรณ เนื่องใน วันแม่แห่งชาติ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจมาก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ยังได้รับความเมตตาจาก หลวงพ่อเงิน เจ้าอาวาสวัดสะเดาโด่ (วัดแก้วสามัคคี) คอยเมตตาให้ข้าวก้นบาตรมาโดยตลอด เพราะยายจ้อย จะเดินไปทำกิจกรรมช่วยเหลืองานพระสงฆ์ ที่วัดแก้วสามัคคีธรรม (วัดสระเด่าโด่) ปัดกวาด ถู ล้างจาน จัดเสนาสนะ ขากลับก็จะนำอาหารจากวัด หรือข้าวก้นบาตรพระ มาให้ลูกสาวทั้ง 2 คนได้รับประทาน ตอนนี้เดินเหินลำบาก จึงเฝ้าคอยดูแลลูกฝาแฝดเท่านั้น
หากประชาชน ผู้มีจิตเมตตาอยากช่วยเหลือ อดีตแม่ดีเด่น กับ ลูกสาวฝาแฝด สามารถดูแลช่วยเหลือได้ที่ ชื่อบัญชี ยายจ้อย จิตรพินิจ ประเภทออมทรัพย์ 010102246140 ธกส.