เนชั่นทีวี

ข่าว

“สกลธี” ปลุก รบ.กล้าเปลี่ยนโครงสร้างขจัด PM2.5 อย่าห่วงคะแนน

02 เม.ย. 2569

“สกลธี” ปลุก รบ.กล้าเปลี่ยนโครงสร้างขจัด PM2.5 อย่าห่วงคะแนน

“สกลธี” จี้รัฐบาลบรรจุวาระแก้ฝุ่น PM2.5 ในนโยบายรัฐบาล-ฟื้นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด – ปลุกต้องกล้าเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อปอดสะอาดของลูกหลาน-อย่าห่วงคะแนนเสียง

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสนับสนุนญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยย้ำว่า อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนไทยถูกละเมิดมานานเกือบ 10 ปี พร้อมระบุว่า สาเหตุหลักของฝุ่นมาจาก 3 ปัจจัย คือ การเผาป่าและพื้นที่เกษตร รวมถึงจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีจุดความร้อนพุ่งสูงกว่า 12,000 จุด และมลพิษจากเครื่องยนต์ดีเซลในเมืองใหญ่ และปัจจัยจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมาไทยแก้ปัญหาแบบปลายเหตุมาตลอด

นายสกลธี ยังเห็นว่า ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษ ถูกชาวบ้านเรียกว่า “กรมแจ้งเตือนมลพิษ” ไปแล้ว เพราะทำได้แค่แจ้งเตือน แต่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย การสั่ง Work from Home หรือแค่ขึ้นแอปฯ เตือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือการแก้ที่ปลายเหตุ พร้อมยังได้เสนอให้รัฐบาลเรียนรู้จากประเทศจีน ที่สามารถลดค่าฝุ่นในเมืองใหญ่ลงได้กว่า 50% ภายใน 7 ปี โดยทำผ่านมาตรการที่เด็ดขาด ได้แก่ Zero Burning Policy โดยสั่งห้ามเผาเด็ดขาด จับจริง ปรับจริง และลงโทษเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ปล่อยให้มีการเผา และยังปฏิวัติยานพาหนะโดยเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV 100% และใช้มาตรการจำกัดการใช้รถดีเซล เช่น การจับฉลากทะเบียน หรือวิ่งวันคู่-วันคี่  อีกทั้งย้ายฐานอุตสาหกรรม สั่งปิดหรือย้ายโรงงานรอบเมืองหลวง และสั่งหยุดงานทันทีเมื่อค่าฝุ่นวิกฤต พร้อมได้ใช้ไม้นวมช่วยเกษตรกร โดยรัฐบาลจีนทำการอัดงบประมาณมหาศาลสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล สนับสนุนเครื่องไถกลบ และสร้างตลาดรองรับเศษวัสดุเกษตร ซึ่งไทยยังไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง

นายสกลธี ยังได้เสนอ 4 ประเด็นต่อรัฐบาลใหม่ สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเชิงโครงสร้าง ได้แก่

1. รัฐบาลต้องบรรจุแนวทางแก้ปัญหา PM 2.5 ไว้อย่างชัดเจนและจริงจังในการแถลงนโยบายรัฐบาลที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องรีบรับรองร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ตั้งแต่สมัยสภาชุดที่แล้ว ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

3. ต้องมีการจัดสรรงบอุดหนุนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยตรง ไม่ใช่แค่กระจายงบไปตามกระทรวงต่างๆ

4. ต้องสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลและเพื่อเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน

 

นายสกลธี ยังย้ำว่า รัฐบาลจะห่วงแต่คะแนนเสียงจนไม่กล้าใช้มาตรการเข้มข้นไม่ได้แล้ว เพราะถ้าอยากเห็นปอดของลูกหลานสะอาดเหมือนเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่ง รัฐบาลต้องกล้าเปลี่ยนโครงสร้างตั้งแต่วันนี้