นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในการติดตามหาผู้ที่ปล่อยน้ำมันทิ้งในทะเลนั้น ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้ทำการตรวจสอบย้อนกลับ หาข้อมูลเรือที่เดินทางในเส้นทางฝั่งตะวันตกในช่วงเวลาที่ผ่านมา ในระบบ VTS ของศูนย์ควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเลอันดามัน(CSCA)
ขณะเดียวกัน ทัพเรือภาคที่ 3 ได้นำเฮลิปคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจตรวจสอบค้นหาเรือตามแนวชายฝั่งอีกทางหนึ่ง พร้อมกันนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถ, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต(ทสจ.ภก.) และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดทำบันทึกรวบรวมเอกสารหลักฐานและพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ที่สภ.สาคู ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ เพื่อสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
โดยเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 119 ทวิ "ห้ามมิให้ผู้ใดเท ทิ้ง หรือทำด้วยประการใดๆ ให้น้ำมันและเคมีภัณฑ์หรือสิ่งใดๆ ลงในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือทะเลสาบอันเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทยอันอาจจะเป็นเหตุให้เกิดเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหรือต่อสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อการเดินเรือในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบดังกล่าว ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการแก้ไขสิ่งเป็นพิษหรือชดใช้ค่าเสียหายเหล่านั้นด้วย"