เปิดคลิป ครู-ชาวบ้าน ลุยน้ำป่าเข้าหมู่บ้านกลางดึก ต้องทิ้ง จยย.ไว้กลางป่า
04 ส.ค. 2566 | titayu_pur

เปิดคลิป นาทีระทึก ครู-ชาวบ้าน กลับจากงานศพ เจอ "น้ำป่าหลาก" ท่วมลำห้วยกลางป่าทุ่งใหญ่ฯ กลางดึก ต้องทิ้ง จยย. เดินลุยน้ำสูงเท่าอก เข้าหมู่บ้าน
ข่าว
04 ส.ค. 2566 | titayu_pur

เปิดคลิป นาทีระทึก ครู-ชาวบ้าน กลับจากงานศพ เจอ "น้ำป่าหลาก" ท่วมลำห้วยกลางป่าทุ่งใหญ่ฯ กลางดึก ต้องทิ้ง จยย. เดินลุยน้ำสูงเท่าอก เข้าหมู่บ้าน
4 สิงหาคม 2566 ที่ จ.กาญจนบุรี ชาวเน็ตต่างร่วมกันลุ้นระทึก เมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่ง โพสต์คลิป ขณะเดินลุยน้ำสูงระดับหน้าอก มาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดนคลิปดังกล่าว ค่อนข้างสร้างความระทึกขวัญ ให้กับผู้ที่ได้รับชม แต่คนในคลิปกลับยังยิ้มแย้มแจ่มใส และพูดจากันอย่างอารมณ์ดี ระบุว่า
“การเดินทางเข้าบ้านวันนี้ ... เดินลุยน้ำสิคร้าบ รถมอเตอร์ไซค์จอดทิ้ง ... น้ำลดแล้วค่อยไปเอา ดีหน่อย...ที่ติดไฟฉายไว้ในกระเป๋า ใครจะเดินทางเข้าออก...เช็กสถานการณ์น้ำด้วยนะคร้าบ”
ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวโพสต์เอาไว้ช่วงเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา เวลา 09.00 น.วันนี้ (4 ส.ค.) ชาวเน็ตรายดังกล่าว ได้มีการแชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจว่า
“ #ขอส่งกำลังใจให้คุณครู และพี่น้องชาวบ้านเกาะสะเดิ่งทุกคนนะครับ ช่วงนี้ในพื้นที่ฝนตกติดต่อกันมานาน 8 วันแล้ว การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านบางครั้ง ก็มีอุปสรรคเจอน้ำป่า แต่ด้วยภูมิปัญญา และประสบการณ์ที่มี เชื่อว่าทุกคนเอาตัวรอดได้ไม่อยาก # ขอให้ทุกคนปลอดภัย และถ้าเป็นไปได้ ขอให้อย่ามีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 61 อีก”
นายภพธร กิตติคุณก้องไพร ครู โรงเรียนบ้านกองม่องทะ (สาขาบ้านเกาะสะเดิ่ง) หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และเป็นผู้นำคลิปมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เล่าว่า หลังจากเดินเท้าจากจุดที่ต้องลุยน้ำป่า มาถึงโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย
พร้อมเพื่อนครูและชาวบ้าน การโพสต์เฟซบุ๊ก เพื่อเตือนให้ชาวบ้าน หรือผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง เข้าออกหมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตก ติดต่อกันมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว
ภายหลังจากฝนตก มักจะเกิด "น้ำป่าไหลหลาก" จนบางครั้งสูงขึ้นมาท่วมถนน เนื่องจากเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน เป็นเส้นทางป่า บางช่วงขนานไปกับแม่น้ำโรคี่ บางช่วงห่างจากแม่น้ำโรคี่ เพียง 1 - 2 เมตร เท่านั้น นอกจากนี้ระหว่างทางต้องข้ามลำห้วยเล็ก ๆ อีกหลายจุด
ลำห้วยเหล่านี้ หากไม่เกิดน้ำป่า ก็จะไม่มีปัญหาในการข้าม แต่หากเกิด "น้ำป่าไหลหลาก" ก็จะกลายเป็นปัญหา เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นและไหลเชี่ยว อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ บางครั้งต้องรอนานหลายชั่วโมง กว่าน้ำจะลดลง ที่สำคัญการเดินทางในช่วงนี้
หากเป็นไปได้ไม่ควรเดินทางเพียงลำพัง ควรมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อคอยช่วยเหลือ ยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และควรพกพาไฟฉาย ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น เป็นช่วงระหว่างที่ชาวบ้านและครู ใช้รถ จยย. เดินทางออกจาก บ้านเกาะสะเดิ่ง ม.3 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อมุ่งหน้าไปร่วมงานศพของญาติ ที่บ้านกองม่องทะ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 11 กิโลเมตร
ขณะนั้นฝนยังไม่ตกลง มาทำให้ไม่มี "น้ำป่า" ไหลหลาก แต่ระหว่างร่วมงานศพ ฝนได้ตกลงมาติดต่อกันนานหลายชั่วโมง หลังจากที่ทุกคนไปร่วมงานศพแล้วเสร็จ จึงขับขี่รถ จยย. มุ่งหน้ากลับ ซึ่งเหลืออีกแค่ประมาณ 4 กม. เท่านั้น ก็จะกลับถึง บ้านเกาะสะเดิ่ง
แต่ปรากฎก็ว่า น้ำในลำห้วย ได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นและไหลเชี่ยว จึงจำเป็นต้องทิ้งรถ จยย. เอาไว้กลางป่า แล้วตัดสินใจ เดินลุยข้ามลำห้วย ที่ระดับน้ำสูงเท่าอก โดยได้รับความช่วยเหลือ จากชาวบ้านที่มาทำไร่ และนอนพักอยู่ในกระท่อมใกล้ ๆ ลำห้วย มาช่วยกันนำพาครูและชาวบ้าน ข้ามลำห้วยได้อย่างปลอดภัย
มีรายงานว่า สำหรับ บ้านเกาะสะเดิ่ง ม.3 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง มีประชากร 365 คน 95 ครัวเรือน มีวัด 1 แห่ง และโรงเรียน 1 แห่ง ลักษณะภูมิประเทศ ตั้งอยู่ในหุบเขา มีแม่น้ำโรคี่ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน โดยรอบหมู่บ้านเป็นป่า ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจึงทำให้มีฝนตกชุก
ชมคลิปนาทีครูลุยน้ำป่า