นายเสรี ระบุว่า วันเกิดเหตุผู้ตายได้เป็นฝ่ายโทรศัพท์ชวนมาที่รีสอร์ตดังกล่าวโดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนโทรหาเลย ขณะนั้นกำลังเก็บมังคุดอยู่ที่บ้านแม่ หลังจากนั้นได้เดินทางมาด้วยรถ จยย. มาที่เกิดเหตุมาเปิดห้อง จนกระทั่งนางสาวเกษรได้เดินทางมาถึงได้มีความสัมพันธ์กันหนึ่งครั้ง
หลังจากนั้นปรากฎว่า นางสาวเกษร ได้กล่าวบอกเลิกโดยอ้างว่ามีสามีอยู่แล้ว ทั้งที่ยังคบหากับตัวเองอยู่มาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และยังส่งเสียเดือนละ 1 หมื่นบาท โดยก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วันยังจำนำที่ดินเอาเงิน 5 หมื่นบาทให้เขาไปด้วย ด้วยอารมณ์ชั่ววูบโกรธอย่างมาก เดินออกมาจากห้องเพื่อไปหาไม้ตั้งใจจะตีให้ตาย แต่ไม่มีไม้เหลือบไปเห็นเชือกในล่อน ซึ่งเป็นเชือกติดหน้ารถสำหรับรัดตะกร้ามังคุด จึงหยิบเชือกนั้นไปก่อเหตุรัดคอนางสาวเกษรจนเสียชีวิต
หลังจากที่นางสาวเกษรเสียชีวิตแล้วยอมรับว่า เสียใจและตกใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ยังนั่งลูบศีรษะเขาอยู่เกือบ 1 ชม. ก่อนที่จะหลบหนี และไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในป่าสวนยางข้างทาง จากนั้นได้นำเสื้อผ้าหมกกันน็อคและซิมโทรศัพท์ไปทิ้งในคลองตาปีท้องที่ฉวาง