สั่งปรับหมื่นเดียว ขนชิ้นส่วน "โบอิ้ง 747" ติดใต้คานรถไฟฟ้าสายสีม่วง
24 ก.ค. 2566 | titayu_pur

ตำรวจ สภ.บางบัวทอง แจ้ง 3 ข้อหา พร้อมปรับเงิน 1 หมื่นบาท แก๊งสิงห์รถบรรทุก ขนชิ้นส่วน "โบอิ้ง 747" ติดใต้คานรถไฟฟ้าสายสีม่วง
ข่าว
24 ก.ค. 2566 | titayu_pur

ตำรวจ สภ.บางบัวทอง แจ้ง 3 ข้อหา พร้อมปรับเงิน 1 หมื่นบาท แก๊งสิงห์รถบรรทุก ขนชิ้นส่วน "โบอิ้ง 747" ติดใต้คานรถไฟฟ้าสายสีม่วง
24 กรกฎาคม 2566 ความคืบหน้ากรณี อุบัติเหตุ รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกชิ้นส่วนของ เครื่องบินโบอิ้ง 747 มาจาก จ.ระยอง กำลังจะนำไปส่งในพื้นที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ติดใต้คาน รถไฟฟ้าสายสีม่วง ต้องใช้เครนยกปรับระดับนานกว่า 1 ชม. เหตุเกิดที่บริเวณ ถนนกาญจนาภิเษกขาเข้า มุ่งหน้าตลิ่งชัน ในช่องทางคู่ขนาน ช่วงก่อนข้ามคลองถนน ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. นายคำพันธ์ นาเฟือง อายุ 32 ปี พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ศรีเหลี่ยมงาม อายุ 33 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากขับ รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกชิ้นส่วนของเครื่องบินโบอิ้ง 747 มาจาก ติดใต้คานตอม่อของรถไฟฟ้าสายสีม่วง
นายคำพันธ์ เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่บรรทุกชิ้นส่วนเครื่องบิน จะไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ จะอยู่ในตัวรถ บางครั้งก็จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเล็ก ๆ ซึ่งก็ไม่ทราบมาก่อนว่า จะต้องขออนุญาตก่อน พอรับจ้างมา ก็จะขับรถไปส่งให้กับลูกค้าเลย ส่วนค่าจ้างก็แล้วเเต่ระยะทางใกล้หรือไกล ขั้นต่ำสุดอยู่ที่ ประมาณ 7,000 บาท
วันเกิดเหตุชิ้นส่วนเครื่องบิน ติดคานตอม่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง ประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ยังไม่ได้ชน พอมองแล้วไม่พ้น จึงเเก้ปัญหาด้วยการนำ "เหล็กบีม" มารอง เเต่มันสูงเกินไป จึงใช้เเม่เเรงยกบีบขึ้น แล้วพลิกเหล็กบีมกลับมา โดยใช้เวลาแก้ไขสถานการณ์อยู่ประมาณ 1 ชม. จนกระทั่งสามารถลอดผ่านไปได้
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้จึงได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และจ่ายค่าปรับ ตามที่ตำรวจแจ้งมา ซึ่งครั้งต่อไป ถ้าจะรับงานบรรทุกแบบนี้อีก ก็จะขออนุญาตให้ถูกต้อง ยอมรับว่า ไม่ทราบจริงๆ
ขณะที่ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า ความผิดอันดับเเรกคือ บรรทุกสูง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ยื่นยาวเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และอันดับที่สองคือ ไม่จัดให้มีสิ่งป้องกัน ส่วนอันดับที่สามคือ วิ่งขวา ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง ตำรวจได้ติดตามผู้ขับขี่ มาดำเนินคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจร
ทั้งนี้ อยากประชาสัมพันธ์ ให้บุคคลทั่วไปทราบว่า ก่อนที่จะบรรทุกสิ่งของ ที่มีขนาดใหญ่ จะต้องทำการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ได้รับทราบตามขั้นตอนการขนย้ายทุกครั้ง และฝากเตือนไปยังรถบรรทุกต่าง ๆ ว่า การบรรทุกสิ่งของออกไปบนถนน อาจจะก่อให้เกิดอันตราย กับผู้ที่ใช้ถนนคนอื่นได้ จึงต้องระมัดระวังให้ดี
โดยเฉพาะสิ่งของ ที่ยื่นล้ำตัวรถออกมา เช่นกรณีนี้ ยื่นเกินช่องทางจราจร หากจะบรรทุกสิ่งของเหล่านี้ ผ่านพื้นที่ใด ก็ต้องแจ้งก่อนทุกครั้ง เพราะทางเจ้าหน้าที่ จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุคคลอื่น
กรณีนี้ ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหา รวม 12 คัน คันละ 3 ข้อหา คือ ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย , ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร , บรรทุกสูงเกินกว่าที่กำหนด คิดเป็นเงินค่าปรับรวมทั้งหมด 10,500 บาท