นายยุทธพงษ์ ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ช่วงประมาณ 6 โมงเย็น ตนเองทะเลาะกับนายสมนึก มีเรื่องชกต่อยกัน ระหว่างนั้นนายสมนึกหยิบมีดคัตเตอร์ขึ้นมา ตนเองจึงวิ่งหนีไปหยิบไม้ที่ข้างร้านชำมาถือไว้ป้องกันตัว ก่อน น.ส.กวาง จะถือไม้หน้าสามมาตีตนเอง โดนบริเวณคอจนเซล้มไปข้างรถยนต์ที่จอดอยู่ และนายปอนด์ กับพวก 2-3 คน ได้วิ่งถือมีดตามมาฟันซ้ำ
"ผมยกมือรับทำให้มีดฟันเข้าบริเวณมือขวา นิ้วโป้งขวาขาดหลุดกระเด็นไปใต้ท้องรถ ปลายนิ้วนางข้างขวาขาด ที่แขนซ้ายโดนปลายมีดกระดูกแตก ส่วนที่หัวโดนมีดฟันเย็บประมาณ 10 เข็ม"
หลังเกิดเหตุได้นำนิ้วโป้งข้างขวาที่ขาดไปต่อที่โรงพยาบาล แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 500,000 บาท ตนเองจึงตัดใจยอมนิ้วขาด เพราะไม่มีเงิน ปัจจุบันยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง เจ้าของให้ย้ายออกวันที่ 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับครอบครัวนายสมนึก
นายยุทธพงษ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีปากเสียงด่ากันไปมา โดนหาเรื่องตลอด ซึ่งตนเองไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร คู่กรณีจะให้ลูกหลานผู้หญิงมายืนด่า วันเกิดเหตุทนไม่ไหวจึงต่อยหน้านายสมนึก ตอนแรกต่อยกันตัวต่อตัว ก่อนจะมีพรรคพวกนายสมนึกมารุมทำร้าย ตนเองอยากได้ความยุติธรรม อยากให้ตำรวจช่วยจับกลุ่มคนก่อเหตุไปดำเนินคดี
วันเกิดเหตุตำรวจเรียกคู่กรณีไปสอบปากคำและปล่อยตัวกลับมา เมื่อวานตนเองเดินทางไปโรงพักเพื่อสอบปากคำ แต่ตำรวจมีภารกิจจึงขอเลื่อน
ตอนนี้ตนเองใช้มือซ้ายไม่ถนัด ใช้ขันตักน้ำยังไม่ได้ ปกติตนเองทำงานรับจ้างเก็บฟืนเก็บไม้ไปขายที่โรงหมู ตอนนี้บาดเจ็บทำงานไม่ได้ หลังเกิดเหตุโดนฟัน ตนเองมานั่งหน้าบ้านหลังนี้ รู้สึกไม่ไหว ตัวเย็นไปหมดเพราะเสียเลือดเยอะ ชาวบ้านเอาน้ำมาล้างพื้นไปรอบนึงแล้วแต่ยังมีรอยเลือดอยู่ ตนเองคิดว่าไม่น่ารอด เพราะโดนฟันเข้าที่หัว โชคดีที่ไปหาหมอแล้วพ้นขีดอันตราย ส่วนมือต้องผ่าตัดเพิ่ม เพราะโดนจุดสำคัญที่นิ้วโป้งข้างขวา กลับมาใช้งานได้ไม่ปกติ
นายยุทธพงษ์ กล่าวอีกว่า ความจริงตนเองกับนายสมนึกชกต่อยกันธรรมดาก็ไม่เท่าไหร่ ตัวต่อตัวได้ จะเอาไม้มาตีตนเองก็ได้ แต่เอาพวกมารุมทำร้ายถึงขั้นใช้มีดฟัน ตนเองคิดว่าทำเกินกว่าเหตุไป หลานนายสมนึกมาอยู่กินกับตนเอง ก็ดูแลเลี้ยงดู พาทำงานด้วย ไม่คิดว่าจะมาทำขนาดนี้ ตนเองกับนายสมนึก มีเรื่องกันมานานแล้ว วันเกิดเหตุยอมรับว่าอดใจไม่ไหวเลยวิ่งไปถีบรถนายสมนึก เพราะรู้ว่ากลุ่มรถจักรยายนต์ที่มาเบิ้ลเครื่องใส่หน้าบ้านตนเอง เป็นพรรคพวกของคู่กรณี
ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุนั่งเล่นอยู่ในซอย เห็นอาบอลกับลุงสมนึกทะเลาะกัน อาบอลวิ่งมาถีบรถลุงสมนึก ก่อนที่ลุงสมนึกจะถือมีดวิ่งไล่ แล้วอาบอลวิ่งหนีไปหยิบไม้ในซอยข้างร้านชำ ลุงสมนึกจึงวิ่งขึ้นไปบนตึกที่พักอาศัยอยู่ สักพักนายปอนด์ (ลูกเขยลุงสมนึก) และ น.ส.กวาง (น้องสาวนายสมนึก) วิ่งถือไม้มาตีกับอาบอล มารุมทำร้ายกันประมาณ 3 คน ก่อนจะมีชาวบ้านไปจับแยกออกจากกัน แล้วเรียกกู้ภัยมาปฐมพยาบาลก่อนนำตัวอาบอลส่งโรงพยาบาล
ต่อมาทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่บ้านนายปอนด์ (ลูกเขยนายสมนึก) ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พบบ้านเปิดไว้แต่ไม่มีคนอยู่ ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ. ปากเกร็ด เบื้องต้นหลังเกิดเหตุได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป