นายบันจง ขำชัยภูมิ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้ข้อมูลว่า หลังจากเกิดเหตุในช่วงวันหยุดวันอาทิตย์ วันนี้เป็นวันเปิดเรียนจึงได้เชิญตัวนักเรียน ที่อยู่ในวันเกิดเหตุมาสอบถาม จึงทราบว่า มีเด็กนักเรียนชั้น ป.5 จำนวน 2 คน เล่นอยู่ในสนามฟุตบอล และพบกับวัตถุคล้ายระเบิด บริเวณใกล้รั้วโรงเรียน จึงบอกให้รุ่นพี่ ม.2 ไปดู จากนั้นรุ่นพี่จึงเก็บมาแต่พลาด ขณะเล่นตะกร้ออยู่กับเพื่อนล้มลง จึงเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
วันนี้จึงทำการกั้นพื้นที่ และประสานตำรวจ เพื่อขอกำลังเข้าตรวจสอบในบริเวณโรงเรียนโดยละเอียดว่า ยังคงมีระเบิดชนิดดังกล่าว หลงเหลืออยู่อีกด้วยหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของเด็กในโรงเรียน
ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามลงพื้นที่หาข้อมูลว่า “ระเบิด” ชนิดนี้มาอยู่ในพื้นที่โรงเรียนได้อย่างไร จึงได้เข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนทราบว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ 3 วัน ในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน จะมีกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่น ขี่รถ จยย. 3 - 4 คัน จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง
คืนวันก่อนเกิดเหตุทางผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน รวมถึง อปพร. จึงจัดกำลังเฝ้าระวัง จนกระทั่งหลังเที่ยงคืน ก็พบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน เข้ามาในหมู่บ้านจึงทำการตรวจสอบ แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ได้หลบหนีไปได้
จากการสอบถาม ทำให้ทีมข่าวได้พบข้อมูลว่า ปมการขัดแย้งของเด็กวัยรุ่น น่าจะเกิดจากการที่เด็กวัยรุ่นบ้านนี้ ไปร่วมงานบวชในอีกหมู่บ้านหนึ่ง เมื่อช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และอาจเกิดการเขม่นกับวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน จึงได้ตามมาก่อกวน หวังจะเอาคืนเด็กในหมู่บ้านดังกล่าว
และยังพบว่า มีการท้าทายกันผ่านทางโซเชียล มีการเปิดเพจของกลุ่มวัยรุ่น โดยใช้ชื่อว่า "ไล่ล่า พวกกุดไผ่ (ทักมา)" แต่หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่า เพจดังกล่าวได้ลบไปแล้ว แต่ก็ยังมีหลักฐาน การสนทนาผ่านการแชท โดยรูปโปรไฟล์และข้อความที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ทางตำรวจและสถานศึกษา จะได้หาแนวทางแก้ไขและป้องกันร่วมกันต่อไป
ตำรวจยืนยันว่า หากพบเยาวชน มีการก่อเหตุ หรือกระทำสิ่งผิดกฎหมาย โดยการประกอบอาวุธหรือระเบิด ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงซ้ำอีกได้