ล่าสุดวันนี้ (17 ก.ค.66) ผู้สื่อข่าวทราบจาก น.ส.มินตรา (สงวนนามสกุล) น้องสะใภ้ของ น.ส.พชรมน ว่า ทางครอบครัวเตรียมไปติดต่อที่ว่าการอำเภอครบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือประสานงานกับทางกระทรวงต่างประเทศ ให้ช่วยประสานงานกับทางประเทศเกาหลีใต้ในการประกอบพิธีเผาศพและส่งอัฐิกลับมายังประเทศไทย เนื่องจากการจะนำศพของนางสาวพชรมน กลับมากนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
ทั้งนี้หากส่งศพกลับมาต้องใช้ค่าใช้จ่าย ประมาณ 7 แสนบาท แต่ถ้าเผาศพที่เกาหลีใต้แล้วส่งมาเพียงอัฐินั้นจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท เท่านั้น ซึ่งทำให้ทางครอบครัวของนางสาวพชรมน มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกวีธีการส่งเพียงอัฐิของนางสาวพชรมน เพื่อมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศไทย เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า
ด้านนายเที่ยง ดอกกระโทก จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในระบบรายชื่อแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ ในประเทศเกาหลีใต้ ปรากฏว่าไม่ปรากฏชื่อนางสาวพชรมน ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าผู้เสียชีวิตเดินทางไปแบบไม่ถูกกฎหมาย ดังนั้นไม่มีสิทธิการได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากทางราชการ
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนเองและคณะก็จะได้เดินทางไปที่บ้านของญาติผู้เสียชีวิต ที่ อ.ครบุรี เพื่อให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทั้งเรื่องการประสานงานกับสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ ในการอำนวยความสะดวกเรื่องการนำเถ้าอัฐิของผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย และการประสานงานกับสำนักงานแรงงานไทยที่เกาหลีใต้ ว่า ต้องการเอกสารอะไรเพิ่มเติมจากไทย เพื่อให้ได้สิทธิเงินเดือนรวมทั้งเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากนายจ้างตามสิทธิ์ที่ควรจะได้
ทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ขอฝากเตือนไปยังแรงงานไทยทั้งหลายว่า อยากให้ไปทำงานต่างแดนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถ้าไปทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย ทั้งสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และที่ต่างประเทศ หากประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะได้รับการดูแลตามสิทธิ์อย่างเต็มที่