สอบถาม นายพิเศษศักร์ ผู้ต้องหา อ้างว่า ตอนก่อเหตุ ตนคิดสั้นที่ทำลงไป ตนใช้มีดในการก่อเหตุ เป็นมีดสั้น แทงป้าไปกี่ครั้งจำไม่ได้ และขอรับสารภาพ กับสิ่งที่ทำลงไป และสำนึกผิดทุกอย่าง ขณะเกิดเหตุ ตนเพิ่งมาเสพยา ตอนที่มาอยู่ห้อง ย่านเมืองทอง
หลังจากก่อเหตุแล้ว จึงได้กระโดดลงมา เพราะว่าจะฆ่าตัวตาย แต่พอโดดลงมาพบว่า มีหลังคาอยู่ และไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่ฟกช้ำ จึงไม่ได้ไปหาหมอ และเดินไปหลบ ที่ป่าข้างทาง นอนอยู่ในป่า 2 วัน ไม่ได้กินข้าว กลางคืนก็นอนปัดยุง ฝนตกก็หาของมาบัง เพื่อรอความตาย แต่ก็ไม่ตาย
จึงลุกเดินทางด้วยเท้าเปล่า เดินไปเรื่อย ๆ ผ่านโรงเเรมร้าง ก็ไปนอนพักบ้าง ก่อนที่จะเดินต่อไปหาแม่ เพราะมีเงินติดตัวแค่บาทเดียว ทำให้ต้องอดกินข้าว ไม่ได้กินน้ำ ต้องอาศัยหาของกินตามข้างทาง กับแวะปั๊ม เพื่อหาน้ำดื่มประทังชีวิต
ส่วน นางเอ (นามสมมติ) แม่ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดต่อกับลูกเลย แต่ตามหาลูกอยู่ตลอด ตั้งแต่ทราบข่าว ก็นั่งเฝ้าทั้งวัน กินนอนไม่ได้ มีทางญาติ ติดต่อมาว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเขา ตนทราบว่า ลูกทำผิด ก็รับสภาพ แต่ขออย่างเดียว ให้ลูกมีชีวิตรอดกลับมา
ยืนยันไม่เข้าข้างลูกตัวเอง เขาทำอะไร ก็ต่างคนต่างไป ถ้าลูกติดต่อมา ก็จะช่วยตลอด แต่ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมลูกถึงทำแบบนี้ จึงถามว่า โดดลงมาทำไม ลูกบอกว่า คิดสั้น แต่ไม่ตาย เลยไปนอนรอในป่า ตามหาลูกก็ไม่เจอ พอเจอก็ติดต่อตำรวจเลย
พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.สส.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า ได้ติดตามตัวคนร้าย ตามหมายจับ จนสามารถจับกุมได้ ที่บ้านของแม่ที่เคหะร่มเกล้า ผู้ต้องหารับสารภาพทุกข้อกล่าวหา หลังจากการก่อเหตุ ได้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ ที่ก่อเหตุเพราะประสงค์ต่อทรัพย์ แอบไปหลบอยู่ในห้องน้ำ หลังจากที่ป้าผู้เสียหายมาพบ จึงใช้มีดแทงไปที่ป้า 1 ครั้ง ก่อนวิ่งหลบหนีไป และนำเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์ ไปใช้หนี้ และเสพยา
หลังจากที่ก่อเหตุแล้ว คนร้ายได้โดดตึกจากชั้น 13 ลงมา พบว่า จะทำการคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่หลังจากที่กระโดดมา มีหลังคารองรับอยู่จึงรอด จากนั้นได้วิ่งหนีไปที่ป่าข้างทาง นอนอยู่ที่ป่า 2 วัน ก่อนเดินเท้าไปหาแม่ เบื้องต้นคนร้ายรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมไปชี้จุดเกิดเหตุ และจะไปกราบขอขมาป้าผู้เสียหายที่ตึก ซึ่งตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป