นางสุวพร กล่าวอีกว่า จากกรณีก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า ถ้าเด็กกินไม่อิ่มให้ไปซื้อขนมเพิ่ม ตนยืนยันว่า ไม่เคยพูดหรือบังคับเด็กให้ซื้อขนม แต่เวลาที่ครูน้อย ตนก็ไปช่วยขายขนมให้เด็ก ที่โรงเรียนจะขายเป็น ไอศกรีม น้ำ ไส้กรอก เป็นของที่มีประโยชน์ต่อเด็ก แต่บางครั้งเด็กก็จะซื้อขนมที่ชอบ จากข้างนอกเข้ามาเอง แต่ถ้าเด็กกินไม่อิ่ม ให้เติมได้และเป็นมานานแล้ว ส่วนที่เหลือจากการเติม ก็อนุญาตให้นำกลับบ้านได้ด้วย
ส่วนที่เป็นประเด็นว่า ครูบังคับให้กินจนหมด เป็นหน้าที่ของครูประจำชั้นที่ดูแลเด็ก ส่วนแม่ครัวก็มีหน้าที่จัดอาหารให้ครบ ตามจำนวนเท่านั้น ทุก ๆ วันก็จะมี ผอ. ครู ผู้ปกครอง เข้ามาตรวจดูอาหารทุกวัน โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ตนทราบล่วงหน้าด้วย
คุณครูท่านที่เป็นประเด็นกันนี้ ชอบมาถ่ายภาพถ่ายคลิป ส่งให้เพจดัง ในส่วนของตน ที่ทำหน้าที่แม่ครัว ก็มากัน 3 คน ซึ่งเป็นสัญญารายปี จ่ายในราคาค่าหัวละ 22 บาท ยอดเดิมเด็กจำนวน 303 คน ที่โรงเรียนจ่ายให้ตนเองจำนวน 267 คน ซึ่งเป็นยอดเดิม ที่โรงเรียนยังไม่ได้จัดสรรยอดใหม่มาให้
แต่คุณครูท่านนี้ ก็ยังไปแจ้งยอดเดิม ตนก็ไม่ได้คิดมากมายอะไร ขอเพียงให้เด็ก ๆ ได้มีอาหารกินอิ่ม อาหารที่ทำก็ถูกหลักโภชนาการ เป็นเมนูที่ตรงกับโรงเรียนจัดสั่งมา ภายใน 1 อาทิตย์ ว่า มีเมนูอะไรบ้าง มีกับข้าว 2 อย่าง ข้าวสวย 1 ช่อง ใน 1 สัปดาห์มี ผลไม้ 3 อย่าง ขนมหวาน 2 อย่าง
และขอชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ว่า ทำไมต้องผ่าไข่ ที่นี่จะให้เด็กกินไข่ สัปดาห์ละ 4 ครั้ง ครั้งละ ครึ่งฟอง ก็จะได้ 2 ฟองต่อสัปดาห์ ถ้าให้เป็นฟอง เด็กจะกลืนไม่หมด และลูกชิ้นที่ต้องผ่าครึ่ง เพราะชอบกระเด้งหล่นพื้น แต่ลูกชิ้นที่ผ่าแล้ว จะกลายเป็นซีกหลาย ๆ ชิ้น
ยืนยันว่า หากเด็กไม่อิ่ม เติมได้ทุกอย่าง จึงอยากจะฝากถึงผู้ที่รับข่าวสาร ให้ความเป็นธรรมแก่ตนเองด้วย ทำไมคุณครูท่านนี้ ต้องมาสร้างปมกับตนตลอด ทำอะไรตนไม่ได้ ก็ใช้วิธีจุดประเด็น เรื่องอาหารกลางวัน ที่เป็นเรื่องใหญ่ คนในประเทศให้ความสนใจ ทั้งที่ความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณครูท่านนี้ ให้ข้อมูลเลย