เช่นเดียวกันกับ นางบานเย็น อุ่นเสมอ เจ้าของแผงผลไม้ สวนสวัสดียามเย็น เปิดเผยว่า ในการตั้งแผงข้างขายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปกติก็จะขายให้กับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวชม สวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ โดยเขาผ่านไปผ่านมา เขาก็จะแวะผ่านมาขอซื้อ และบางรายก็แวะซื้อ และทานที่ร้านแผงข้างทาง
เพราะเอาขึ้นไปรถไปก็จะส่งกลิ่นในรถยนต์ไปตลอด หลายรายก็กินอิ่มแล้วค่อยซื้อเป็นลูก ติดรถกลับบ้านไป โดยพ่อค้าคนกลาง หรือล้ง จะไม่ได้มาถามซื้อแผงข้างทาง โดยพ่อค้าคนกลาง หรือล้ง จะซื้อลูกที่ยังไม่สุก เพราะการขนส่งจะเผื่อระยะเวลา หากซื้อสุกไป พอขนส่งไปเนื้อทุเรียนที่สุกก็อาจจะเละได้
ขณะที่ นายภัทรศาสน์ มาสกุล นายก อบต.ตระกาจ และตำแหน่ง นายกสมาพันธ์ทุเรียนแปลงใหญ่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า แม่ค้าข้างทาง จะมีอาชีพปลูกทุเรียน แต่มีสวนไม่มาก ขายทุเรียนเป็นประจำ เขาจะต้องรักษาฐานการขายของแผงเขา แทนที่เขาจะซื้อรวบรวมมารอขายส่ง แต่ทุกวันเขาต้องไปซื้อมาจากเพื่อน ๆ ชาวสวนด้วยกันเพื่อมาแกะขายข้างทาง ขายลูกทุเรียนสุกพร้อมทาน โดยหลังจากที่ขายทุเรียนในสวนตนเองหมดแล้ว ก็จะไปซื้อมาเพิ่ม เพื่อรักษาแผงตน รักษาอาชีพเขาขายผลไม้ตลอดปี ไม่มีใครที่จะไปรวบรวมซื้อ มากองไว้เพื่อมารอขายให้กับพ่อค้าคนกลาง หรือมารอขายให้กับล้งแน่นอน
ตามที่ข่าวว่า มีการมารวบรวมซื้อจากแผงข้างทาง ไปจาก อ.กันทรลักษ์ นั้น ถ้ามีการแอบอ้างก็เป็นสิทธิ์ของเขา ที่จะแอบอ้างได้ แต่เราก็ไม่ได้ยืนยันว่า เขามาเอาไปจริงหรือไม่ เพราะขณะนี้ล้งเข้ามาในกันทรลักษ์เยอะมากจริง ๆ แต่ตนก็มั่นใจว่า เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของทุเรียนแปลงใหญ่ เขาจะมี GI ตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และเขาจะผ่านการรับรองคุณภาพ จากกรมส่งเสริมการเกษตร
ในเรื่องของ ใบ GAP ซึ่งหากล้งมาซื้อ เขาจะขอถ่ายเอกสารจากผู้ขาย ไปยืนยันว่า ซื้อทุเรียนไปจาก อ.กันทรลักษ์ , อ.ศรีรัตนะ และ อ.ขุนหาญ ดินแดนภูเขาไฟศรีสะเกษ ตนก็ขอเตือนพี่น้องเกษตรกรว่า ขณะที่ถ่ายเอกสารใบรับรอง GAP ให้กับผู้ซื้อไป ต้องขีดค่อม พร้อมเขียนข้อความกำกับว่า ได้ขายทุเรียนไปให้กับใคร จำนวนเท่าใด วันไหน ให้ชัดเจน เพื่อการตรวจสอบได้ว่า ทุเรียนไปจากใคร ที่ไหนด้วย แน่นอนว่า ทุเรียนที่ถูกจับ น่าจะไม่ใช่ไปจากแผงลอยข้างทาง อ.กันทรลักษ์