โดยประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์มีอำนาจพิจารณาพิพากษาทั้งคดีจังหวัดและคดีแขวง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลพึงจำแนกการจ่ายสำนวนสำหรับคดีที่ใช้ผู้พิพากษานายเดียวเป็นองค์คณะออกจากคดีที่ใช้ผู้พิพากษาสองนายเป็นองค์คณะให้ชัดเจน ในขณะเดียวกัน ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์มีคดีที่อยู่ในกลุ่มคดีจัดการพิเศษเป็นจำนวนมาก จึงควรกำหนดวันนัดให้เหมาะสมกับปริมาณคดีแต่ละประเภท
นอกจากนี้ ผู้ประนีประนอมซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ พึงใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มกำลังความสามารถในการไกล่เกลี่ยเพื่อให้ข้อพิพาทระงับไปด้วยความเป็นธรรมบนความพึงพอใจของคู่ความทุกฝ่าย ก็จะเป็นการลดปริมาณคดีที่คั่งค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง และจะส่งผลให้คดีแล้วเสร็จไปโดยไม่ล่าช้า อันเป็นการสอดคล้องกับพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 ประกอบระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2566
ในส่วนของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีผลงานการบริหารจัดการคดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว ก็ขอให้ผู้พิพากษากับผู้พิพากษาสมทบระดมความคิดในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่สังคม เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดเห็นถึงคุณค่าของการมีศาลเยาวชนและครอบครัวอยู่ในพื้นที่ อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นศรัทธาที่มีต่อศาลยุติธรรมต่อไป