หลังเกิดเหตุคนขับรถ ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่ลงมาให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด และ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทำสำนวนคดีสั่งไม่ฟ้องคนขับ โดยอ้างกับตนว่า ลูกสาวเป็นคนขับรถเปลี่ยนเลนกะทันหัน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องคนขับรถ ตนและครอบครัวต้องออกหาหลักฐานเองทุกอย่าง ทั้งภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งเห็นชัดเจนว่าลูกสาวขับรถนำหน้ารถเก๋ง ก่อนจะถูกชนท้ายจนเสียชีวิต
ตนไม่เคยได้รับความเป็นธรรมแม้กระทั่งการพูดจาดี ๆ จากตำรวจ เกือบ 6 เดือนที่ครอบครัวต้องไปหาหลักฐานกันเอง ดิ้นรนฟ้องเองตามเรื่องมาตลอด ก็บอกว่าตำรวจจะสั่งฟ้อง ตนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ไปขอเอกสารการตายของลูก ตำรวจก็ไม่ให้ บอกจะจัดการเอง ตนไม่เชื่อว่าลูกตนประมาทฝ่ายเดียว เพราะกล้องวงจรปิดที่มี ลูกตนอยู่เลนซ้ายตลอด แต่ตำรวจบอกว่าลูกตนกำลังจะเลี้ยวข้ามเลน หลังจากชนคู่กรณีกลับยืนคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา มีแต่เพียงชาวบ้านเข้ามาช่วย
นางวรษา กล่าวอีกว่า ช่วงที่จัดงานศพ คู่กรณีเอาพานเข้ามาขอขมา พร้อมเงินใส่ซอง จำนวน 20,000 บาท และไม่ช่วยเหลืออะไรอีก ตลอดเวลาที่เข้ามาต้องถ่ายรูปตลอด ตนมองเห็นถึงความไม่จริงใจในการสำนึกผิด ตนรู้สึกได้ว่าเป็นการทำเพื่อสร้างภาพ ตนเจ็บมาก คิดว่าคู่กรณีมีประกันชั้น 1 ถ้าประกันเคลียร์ก็จบ คนทำมาหากินธรรมดาไม่มีอำนาจ ไม่มีเส้นสาย ไม่อยากไปมีเรื่องกับใคร การออกมาร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ตนสู้เพื่อความยุติธรรมให้ลูก