นักวิชาการ มข. เรียกร้องสว.เคารพมติปชช. 310เสียงชอบธรรม
17 พ.ค. 2566 | suriya_pat

นักวิชาการ มข. เรียกร้องสว.เคารพเสียงประชาชน ระบุ 310 เสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาล หวั่น “พิธา” โดนสอยปมถือหุ้นสื่อ - สว.ไม่โหวตให้ การเมืองไทยไม่มีอะไรแน่นอน
ข่าว
17 พ.ค. 2566 | suriya_pat

นักวิชาการ มข. เรียกร้องสว.เคารพเสียงประชาชน ระบุ 310 เสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาล หวั่น “พิธา” โดนสอยปมถือหุ้นสื่อ - สว.ไม่โหวตให้ การเมืองไทยไม่มีอะไรแน่นอน
17 พฤษภาคม 2566 รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ว่า ในทฤษฎีประชาธิปไตยได้วางฐานอำนาจไว้ที่ประชาชน การที่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนต้องการเช่นนี้ ถือว่าเป็นข้อยุติ ตอนนี้ทางพรรคก้าวไกลสามารถรวมเสียงได้เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรคือ250 ได้มากถึง 310 เสียง สว.ก็ต้องรับฟังเสียงเหล่านั้น เพราะว่าตอนนี้เสียงสะท้อนของประชาชนเปล่งออกมาชัดเจน สว.ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง
รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด เปิดเผยอีกว่า ตอนนี้อุปสรรคของพรรคก้าวไกล มี2เรื่องหลักๆ คือ กรณีที่มีคนไปร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นสื่อไอทีวี ซึ่งต้องลุ้นว่า กกต.จะพิจารณาอย่างไร ส่วนเรื่องที่2 คือ สว. ซึ่งมีสิทธิ์ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ถ้าดูท่าทีตอนนี้เสียงส่วนใหญ่ของสว.ยังไม่ยอมรับเสียงข้างมากของประชาชน โดยอ้างว่าพรรคก้าวไกลต้องรวมเสียงให้ได้ถึง 376 เสียง จึงจะโหวตให้ ส่วนตัวเชื่อว่าเสียงของพรรคก้าวไกลที่รวมได้เกิน250ในสภาล่าง ก็ชอบธรรมแล้ว ถ้าสว.เชื่อมั่นในหลักประชาธิปไตยก็ควรให้พรรคก้าวไกลเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
“ถามว่า แม้ก้าวไกลจะได้เป็นพรรคอันดับ1 แต่จะมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะการเมืองไทยสามารถเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้เสมอ กว่าประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่ ต้องผ่านขึ้นตอนการรับรองจากกกต. การโหวตเลือกประธานรัฐสภาฯ และรองประธานรัฐสภา ก่อนแถลงนโยบาย และเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องใช้เวลา 90 วัน คือช่วงเดือนสิงหาคม เชื่อว่าโอกาสเป็นรัฐบาล 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นฝ่ายค้าน 50 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีหลักประกันว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ ไม่เหมือนต่างประเทศที่ฝ่ายใดพ่ายแพ้ก็จะให้อีกฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล และไม่มีสว.มาคัดค้าน สามารถทำนายได้เลยว่าเป็นรัฐบาลแน่นอน แต่ประเทศไทยไม่ใช่ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างแทรกซ้อน ไม่มีอะไรตรงไปตรงมา”รศ.ดร.พรอัมรินทร์ กล่าว
รศ.ดร.พรอัมรินทร์ กล่าวอีกว่า ถ้าสมมุติ พรรคก้าวไกล ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โอกาสต่อมาคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับสอง หากไปร่วมมือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือฝ่ายอำนาจเก่า ตามที่มีข่าวลือในโซเชียล เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาลสมัยเดียว จากนั้นสภาพจะไม่แตกต่างจากพรรคประชาธิปไตย์ตอนนี้ คือได้รับความไว้วางใจจากประชาชนน้อยลง ส่วนพรรคก้าวไกลไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน เชื่อว่าสมัยหน้าเขาต้องได้รับเลือกอย่างถล่มลายเกิน 250 เสียงแน่นอน เพราะประชาชนยังต้องการเปลี่ยนแปลง