ขณะที่ บริเวณด้านนอกบ้าน ตั้งแต่ปากซอยทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ กกต. ได้ขอตรวจสอบรถ จยย.ที่ขับขี่เข้ามาในซอย พร้อมทั้งสอบถามว่า มาจากไหน ซึ่งคนที่ขี่รถ จยย. ส่วนใหญ่ ก็บอกว่ามาจากต่างตำบล และต่างหมู่บ้าน ซึ่งจะมาร่วมงานทำบุญที่บ้านหลังนี้ แต่ไม่รู้จักเจ้าของบ้าน แต่บางคนก็บอกว่า มีคนบอกให้มาพร้อมกับนำบัตรประชาชนมาด้วย
นอกจากนี้ก็ยังมีชาวบ้านว่า มีคนให้มาหา น.ส.ปารีณา ที่บ้านหลังนี้ โดยมีเพื่อนที่ได้รับเงินไปแล้ว บอกให้มา เจ้าหน้าที่จึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์ และทำการบันทึกภาพวีดีโอ เอาไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งตลอดเวลาที่เจ้าหน้าที่ไปดักรอตรวจสอบ ก็ยังพบว่า มีรถ จยย.เข้าออกบ้านหลังนี้ตลอดเวลา
ดร.สุชัญญา กล่าวว่า หลังได้รับแจ้ง เรื่องของการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงได้เดินทางมาทำการตรวจสอบ เนื่องจากในพื้นที่เขต 3 นี้ มีการแข่งขันกันค่อนสูง และมีรายงาน เรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จึงได้มาลงพื้นที่ตรวจสอบ ก็พบว่า มีรถเข้าออกในซอยนี้ ค่อนข้างมาก และเป็นที่น่าผิดสังเกตว่า อาจจะมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคนจากหมู่บ้านอื่นที่เข้ามา จึงได้เก็บพยานหลักฐานเอาไว้ทั้งหมด โดยผู้ที่เข้ามาในซอยต่างระบุว่า เดินทางมาร่วมงานบุญที่บ้านหลังนี้ แต่บางคนกลับไม่รู้จักเจ้าของบ้าน เพราะมีคนบอกให้มาตรงนี้
ซึ่งการที่ กกต. มาดู ก็เพื่อเป็นการป้องปรามไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มีการกระทำความผิดให้น้อยที่สุด ซึ่งวันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย เพราะซอยไม่สามารถนำรถเข้ามาได้ ต้องเดินเข้ามา ทั้งนี้ก็เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นไปอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรมให้ได้มากที่สุด และเท่าที่เข้ามาตรวจสอบก็พบว่า มีพฤติกรรมแปลก ๆ ทั้งที่มีบัตรประชาชนของคนอื่นอยู่ด้วย และเมื่อสอบถามแล้วก็ได้บันทึกทุกอย่างไว้หมดแล้ว และในพื้นที่ก็มี น.ส.ปารีณา อดีต ส.ส. นั่งอยู่ในนั้นด้วย ตามที่ได้สอบถามชาวบ้านที่เข้าไปในบ้านมาแล้ว และในขั้นตอนต่อไป ทางตำรวจก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานและอาจจะต้องมีการตั้งเรื่องสอบสวน แต่ขณะนี้ขอเก็บหลักฐานก่อน
ส่วนบรรยากาศ ในบริเวณบ้านหลังดังกล่าวนั้น มีชาวบ้านที่เดินทางมาจากตำบลและหมู่บ้านอื่น ขี่รถ จยย.เข้าออกตลอดเวลา บางคนที่ขี่ออกมา เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามก็บอกว่า ยังไม่ได้รับเงินเนื่องจากมีคนมารับไปแล้ว ซึ่งก็จะต้องกลับไปถามคนที่บ้านว่า มีใครมารับไปและยังไม่ทราบจำนวนเงิน
นอกจากนี้บางคนก็บอกว่า มาตามที่เพื่อนโทรไปแจ้งให้มารับเงิน และเลือกเบอร์ 1 ด้วย และเป็นที่หน้าสังเกตว่า ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า อาจจะมีการซื้อเสียงและเข้าตรวจสอบ ก็มักจะพบ น.ส.ปารีณา อยู่ในพื้นนั้นด้วย โดยอ้างว่ามาร่วมงานพอดี
สำหรับพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 ของ จ.ราชบุรี นั้นมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง ระหว่างนายสีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส. ที่ส่งพี่ชายลงสมัครพรรคภูมิใจไทย ได้เบอร์ 1 กับนายจตุพร กมลพันธุ์ทิพย์ ลงสมัครพรรคพลังประชารัฐ ได้เบอร์ 4 ซึ่งนายจตุพร นั้นเป็นหลานของนายชัยทิพย์ กมลพันธุ์ทิพย์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 ที่ลงสมัครแทน น.ส.ปารีณา และเป็นคู่ปรับเก่าของ น.ส.ปารีณา
ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชัยทิพย์ ได้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ และไปลงสมัครในเขต 4 จ.ราชบุรี แข่งกับนายบุญลือ ประเสริฐโสภา จากพรรคภูมิใจไทย และให้นายจตุพร ผู้เป็นหลานชาย ลงแข่งกับพี่ชายปารีณาแทน ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการเดิมพันสูงแพ้กันไม่ได้ หมดเท่าไหร่ก็จะต้องสู้ให้ถึงที่สุด