นายเปรม กล่าวว่า การประชุมในวันที่ 19 พ.ค. 65 สภาฯ จึงไม่นำญัตติดังกล่าว เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ” ด้วยระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการประชุมสภาฯ และการเสนอญัตติ ของฝ่ายบริหาร ที่จะเสนอต่อสภาฯ
ประธานสภาฯ ในขณะนั้นคือจำเลยที่ 1 คือ นายไพวัลย์ อินบุญญา ได้เสนอขอขยายระยะเวลาการประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย. 65 โดยในช่วงตั้งแต่เดือน พ.ค.จนถึงวันประชุม บุคคลภายนอก คือจำเลยที่ 8 คือ นายชนะภัย โสภา ได้โทรศัพท์มาสอบถาม และติดต่อที่ปรึกษานายกฯ เพื่อเจรจาขอส่วนต่าง ส่วนแบ่ง และให้ตั้งงบประมาณที่เกินไว้ เพื่อให้ส่วนต่างที่เกิดขึ้นมา
เพื่อเป็นส่วนแบ่งให้กับประธานสภาฯ , รองประธานสภาฯ และสมาชิกสภาฯ รวม 7 คน โดยโทรศัพท์มาเจรจาต่อรอง ให้กับฝ่ายสภาฯ ทั้ง 7 คนโดยตลอด จึงมีการบันทึกเสียงไว้ "เมื่อทราบว่า มีการพยายามให้ฝ่ายบริหารคอร์รัปชัน โดยระบุว่า หากฝ่ายบริหารไม่ยอม ก็จะไม่ผ่านร่างญัตติ ว่าด้วยจ่ายขาดเงินสะสม ตามโครงการช่วยเหลือประชาชน ก็จะไม่อนุมัติให้ ฝ่ายบริการโดยนายกเทศมนตรี จึงยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เนื่องจากรับไม่ได้ กับการกระทำของฝ่ายสภาฯ ที่ต้องการคอร์รัปชัน โดยไม่คำนึงประชาชน
จนกระทั่งการประชุมสภาฯ ในวันที่ 13 มิ.ย. 65 ประธานสภาฯ ก็มีการบรรจุญัตติ เข้าเป็นวาระการประชุม แต่ลงคะแนน 7 ต่อ 5 ไม่ผ่านในเรื่องดังกล่าว ทั้งยังคงมีการแทรกญัตติ ว่าด้วยการก่อสร้างสะพาน โดยเป็นการเสนอของ สท.ฝ่ายตัวเอง ทั้งที่ฝ่ายบริหารแย้งแล้วว่า ไม่มีอำนาจ และประธานสภาฯ แจ้งว่า ตัวเองมีอำนาจทำอะไรก็ได้
"เมื่อการประชุมสภาฯ ครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน และมีคลิปเสียงที่จำเลยที่ 8 โทรศัพท์มาสอบถามและเจรจา กับทีมบริหารโดยตลอด จึงมีการนำคลิปเสียง และเอกสารประกอบต่าง ๆ ยื่นเพิ่มเติมต่อศาล จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา (19 เม.ย.) ศาลจึงมีคำสั่งจำคุก จำเลยที่ 1 - 7 ประกอบด้วย นายไพวัลย์ อินบุญญา ประธานสภาฯ ขณะนั้น , นายฤทธิ์ ดียา สท. , นายสุพชัย ผุยทา สท. , นายบุญสงค์ ก้านขุนทด ประธานสภาฯ คนปัจจุบัน , นายอนุสิทธิ์ หาแก้ว สท. , นายสงกรานต์ ศรีทะวงศ์ สท., และนายมงคล คุณพิมพ์ สท.
โดยสั่งจำคุกความผิด ตาม มาตรา 149 คนละ 6 ปี และ มาตรา137 คนละ 3 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ขณะที่จำเลยที่ 8 นายชนะภัย โสภา มีความผิดตาม มาตรา 149 จำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งขณะนี้ ทราบมาว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 ได้ขอประกันตัว ในขณะที่ฝ่ายกฎหมาย จะดำเนินการต่อในเรื่องการถอดถอนสิทธิ์ ต่อทางจังหวัดและทาง กกต. ต่อไป
ขณะที่ นางสุธาวัลย์ ริมผดี นายก ทต.โนนท่อน กล่าวว่า ขอขอบคุณศาลที่ดำเนินการกับคนที่ทุจริตคอร์รัปชัน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชน เพราะทุกโครงการที่ฝ่ายบริหารนำเสนอต่อสภาฯ นั้น เป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย และเป็นไปตามการประชาพิจารณ์และการประชาคมหมู่บ้าน
แต่ฝ่ายสภาฯ ทั้ง 7 ท่าน กลับมาขอเสนอส่วนต่าง ส่วนแบ่ง โดยมีข้อต่อรองว่า หากไม่ทำตามการประชุมสภาฯ ต่าง ๆ จะไม่อนุมัติให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่รับฟังการแถลง หรือการนำเสนอของฝ่ายบริหารแต่อย่างใด และต้องการให้ฝ่ายบริหาร ทำผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
จึงได้มีการปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย และคณะทำงานร่วมทุกฝ่าย ดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งต้องขอขอบคุณศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในการเอาคนผิดมาลงโทษ และคืนความยุติธรรมให้กับคนโนนท่อนทั้ง 14 หมู่บ้าน