ขณะที่นางสาวดวงพร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ภรรยาชาวไทย เปิดเผยว่า สามีตั้งใจมาประเทศไทยเพื่อฉลองวันเกิดกับครอบครัว เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากประเทศของเขามันไม่ได้เป็นแบบนี้และไม่มีการทำร้ายผู้หญิง สามีหวังดีไปเตือนไม่ให้ทำร้ายผู้หญิง แต่ก็โดนรุมทำร้ายได้เอาสร้อยคอทองคำไปด้วย สามีได้เล่าให้ฟังว่ากลุ่มที่ก่อเหตุมาจ้องๆมองๆ และก็เจอกันที่ห้องน้ำ 2 รอบแล้ว ตนคิดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อที่จะชิงทรัพย์ อีกทั้งเจ้าของร้านก็ไม่ได้ช่วยแต่เลือกที่จะฉีดน้ำใส่พวกตน
จากนั้นทางพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาเชิญตัวผู้เสียหายชาวต่างชาติพร้อมด้วยภรรยาไปสอบปากคำที่โรงพักพร้อมกับส่งชุดสืบสวนติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านคาราโอเกะจุดเกิดเหตุพบว่า ทางตำรวจชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่หาหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยกล้องวงจรปิดของร้านสามารถจับภาพนาทีเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน โดยทางเจ้าของร้านได้เรียกพนักงานเสิร์ฟคนที่ชาวต่างชาติไปช่วยที่ห้องน้ำมาด้วย
โดยทางนางสาวอู อายุ 29 ปี ชาวไทใหญ่ เปิดเผยว่า ตนพึ่งจะมาทำงานที่ร้านเป็นวันแรก เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อตนเมาและกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็มีกลุ่มชายพยายามจะลากตนเข้าห้องน้ำตนก็สู้แรงและไม่ยอม ชาวต่างชาติจึงมาบอกกับชายกลุ่มนั้นเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นตนก็เข้าไปในห้องน้ำสักพักหนึ่งแล้วก็เดินออกมา ก็พบว่ามีการรุมทำร้ายชาวต่างชาติที่มาช่วยตนเอาไว้ ตนยืนยันว่าไม่รู้จักกับกลุ่มคนที่ก่อเหตุ แต่มีเฟซบุ๊ก เพราะว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุขอแลกกันไว้ เผื่อมาครั้งหน้าจะได้ทักหากันแค่นั้นเอง
อย่างไรก็ตาม นอกจากชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังมีคนไทยอีก 1 คน ซึ่งเป็นญาติพี่น้องของภรรยาชาวไทย ที่เข้าไปห้าม คือ นายบุญลือ อายุ 38 ปี ที่ถูกกัดนิ้วจนเกือบขาดขณะนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ใน อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งแพทย์เกรงว่าแผลจะติดเชื้อจึงยังให้นอนดูอาการก่อน
ส่วนเรื่องคดี ขณะนี้ ทาง พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ ลงไปประสานตำรวจท้องที่ แกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสกลุ่มวัยรุ่นไทใหญ่กลุ่มนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป