สอบถามนายบุญถือ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี เจ้าของรถกระบะ บอกว่า จอดรถกระบะคันไว้บริเวณดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเที่ยง จากนั้นก็ออกไปช่วยงานที่วัดในหมู่บ้าน กระทั่งภรรยาไปบอกว่าไฟไหม้รถยนต์ ตนเองตกใจรีบกลับมาดู ก็พบว่าเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ แต่รถก็ถูกไหม้เสียหายทั้งคันแล้ว ซึ่งบริเวณที่จอดรถก็อาศัยร่มเงาจากต้นไม้ แต่บางช่วงก็โดนแดด ประกอบกับในรถได้เก็บไฟแช็ก และเจลแอลกอฮอล์ไว้ในกระเป๋า วางเอาไว้บนเบาะหน้ารถด้วย
อีกทั้งท้ายรถกระบะก็มีถ่านหุงต้มอยู่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับที่ภรรยาบอกว่า ก่อนจะเกิดไฟไหม้ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 2 ครั้ง จึงคาดว่าอาจเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้ไฟแช็กที่เก็บไว้ในกระเป๋าบนเบาะหน้ารถเกิดระเบิด ทั้งยังมีเจลแอลกอฮอล์ และถ่านหุงต้มในรถที่เป็นเชื้อเพลิงทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วด้วย