แตกตื่น รถเก๋งไฟไหม้ปริศนาในป่าวอดทั้งคัน เร่งติดตามเจ้าของรถคลี่คลายคดี
07 ก.พ. 2566 | ratchata

ชาวบ้านแตกตื่น รถเก๋งถูกเผาปริศนาในป่าทางเข้าคุ้มผาสุก ตำรวจเข้าตรวจสอบยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด เร่งติดตามเจ้าของรถคลี่คลายคดี
ข่าว
07 ก.พ. 2566 | ratchata

ชาวบ้านแตกตื่น รถเก๋งถูกเผาปริศนาในป่าทางเข้าคุ้มผาสุก ตำรวจเข้าตรวจสอบยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด เร่งติดตามเจ้าของรถคลี่คลายคดี
7 กุมภาพันธ์ 2566 เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาร.ต.อ.วรวิทย์ ซุยลา รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งไฟไหม้รถยนต์บริเวณชุมชนผาสุก ถ.นเรศวร เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมด้วยอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินว่างเปล่า พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว หมายเลขทะเบียนอุดรธานี ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
จากการตรวจสอบรถถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ซึ่งไม่พบเอกสารที่พอจะทราบว่าใครเป็นเจ้าของรถ
นายอมรเพชร (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ชาวชุมชนผาสุก ถ.นเรศวร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.40 น. ขณะที่ตนกำลังจะกินข้าวอยู่บ้านได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงไฟระเบิด มีแรงสะเทือนไปถึงที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างที่เกิดเหตุเพียง 50 เมตร แต่ไฟที่บ้านไม่ดับจึงได้เดินออกมาหน้าบ้าน
จากนั้นเห็นไฟลุกไหม้มาจากบริเวณที่ดินว่างเปล่า และมีเสียงระเปิดดังขึ้นอีก ตนจึงเดินออกไปดู พบว่ามีรถยนต์เก๋งถูกไฟไหม้ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
นายอมรเพชร เล่าอีกว่า ที่ดินบริเวณนี้เป็นของนักธุรกิจในตัวเมือง อุดรธานี ได้มาปรับทำความสะอาดที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนรถคันนี้ตนก็ไม่ทราบว่ามาจอดตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะมาจอดไว้ภายในและมีต้นไม้บัง มารู้ก็ตอนเกิดเหตุแล้ว ตนจึงได้กลับไปตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่า ช่วงเวลา 20.59 น. ไฟเริ่มไหม้รถและได้ยินเสียงดังขึ้นเป็นระยะ จากนั้นไฟก็เริ่มลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ตนจึงออกไปดูเหตุการณ์ดังกล่าว
ร.ต.อ.วรวิทย์ ซุยลา รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพรถถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ภายในรถสิ่งของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าของผู้หญิง ซึ่งถูกไฟไหม้จนหมด แต่ก็ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ และก็จะได้นำเอาทะเบียนรถไปตรวจสอบหาชื่อเจ้าของรถ
ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากสายไฟเก่า ก่อให้เกิดประกายไฟไปติดกับเชื้อเพลิง หรือมีคนนำรถมาเผาทำลาย เบื้องต้นจะประสานตำรวจสืบสวน สภ.เมือง ตรวจสอบผู้ครอบครองรถ กล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหาเบาะแส ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป