ต่อมาเวลา 09.30 น. นายอดิสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ผู้เสียหาย เดินทางมา สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกับนางกองงาย (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ภรรยา และญาติพี่น้องรวม 5 คน เพื่อมาสอบถามความคืบหน้าคดี
นายอดิสรณ์ เล่าว่า ตนมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ผู้ป่วยเป็นคนที่ 3 ตนเองเป็นคนสุดท้อง หลังแจ้งตำรวจได้เดินทางกลับบ้าน เล่าเรื่องทั้งหมดให้ญาติพี่น้องฟัง ต่างพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจ เช้านี้ได้พากันมาเยี่ยมพี่ชายที่ป่วย แต่ไม่เล่าเรื่องเงินหายให้ฟัง เพราะพี่ชายเป็นคนอ่อนแอ อาจจะรับไม่ได้ เสร็จแล้วจึงเดินทางมาโรงพัก ทั้งนี้ หลังพยาบาลทราบข่าวเรื่องที่ตนเองถูกขโมยเงิน ก็แจ้งว่าไม่ได้เก็บเงินค่ารักษาพี่ชายแค่ครั้งเดียว ทยอยจ่ายก็ได้ เบื้องทราบว่าค่ารักษาพี่ชายเกือบ 2 หมื่นบาท ไม่รวมค่าพักฟื้นหลังผ่าตัด
ตนรู้สึกสงสารพี่ชาย จึงได้นำเงินเก็บมารักษา เพราะสายเลือดตัดกันไม่ขาด แต่เงินมาหายก็รู้สึกเสียดาย หมดไปกับรักษาพี่ชายยังดีกว่าหายไปเพราะคนขโมย จะเอาที่นา ที่ไร่ไปจำนองก็ไม่ได้ ต้องมีใบโฉนดเป็นหลักทรัพย์ ตนมีที่นาแค่ 2 ไร่ และปลูกบ้านบนที่ดินพี่สาว อยากอ้อนวอนคนร้ายให้สงสารตน ซึ่งเป็นคนไม่มีหนทาง ให้นำเงินมาคืน จะเหลือเงินมากหรือน้อย ก็จะไม่เอาเรื่องราวเลย