นายวีระพันธ์ คนขับรถพ่วงซึ่งเป็นสามีคนตายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถบรรทุกน้ำตาลมาจากจังหวัดชัยนาท มาส่งที่โรงงาน อ.ด่านช้าง หลังจากลงน้ำตาลเสร็จได้ขับรถกลับ จ.ชัยนาท โดยมาพร้อมรถพ่วงอีก 3 คันกำลัง จะแวะทานข้าวใกล้ที่เกิดเหตุ จู่ๆมีเสียงดังปัง จากนั้นตนก็เกิดอาการช็อก ไปชั่วขณะ
หลังได้สติจึงประคองรถเข้าจอดข้างทางแล้วหันไปดูภรรยาที่นั่งอยู่เบาะข้างเห็นภรรยานอนฟุบเลือดท่วม ตอนนั้นสติแตก เปิดประตูรถตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุให้ช่วยพาภรรยาส่งโรงพยาบาล แต่พบว่าภรรยาตนเสียชีวิตแล้วตอนนี้ตนหมดหวังแล้ว อุส่าห์เก็บเงินสร้างบ้าน เตรียมสร้างอนาคต หมดกันเลยทีนี้ มาตายโดยที่ไม่ได้มีเรื่องกับคนร้ายแบบนี้
ด้านน.ส.กฤษณา เยี่ยมจรรยา อายุ 33 ปี เจ้าของรถเก๋งซูซูกิที่ถูกลูกยิง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ "ชายคลั่งกราดยิง" ตนขับรถพาแฟนและแม่กลับจากบ้านญาติที่ชัยนาท จะกลับบ้านที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถกระบะจอดอยู่ข้างทางมีผู้ชายถือปืนยืนอยู่จึงเบี่ยงรถออก พอมาถึงจู่ๆ ผู้ชายที่ยืนอยู่ที่รถกระบะ ได้ยิงใส่รถของตนทันที
น.ส.กฆษณา กล่าวอีกว่า ได้ยินเสียงดังปัง 1 นัดจึงรีบเหยียบคันเร่งหนี แต่เร่งไม่ขึ้น จึงรีบประคองรถจอดข้างทางแล้วรีบโทรแจ้งตำรวจ เพราะตอนนั้นมีรถตนอยู่คันเดียว กลัวเขาจะตามมายิงซ้ำ แต่พอหันมาดูก็ไม่พบรถกระบะแล้ว พอลงมาดูก็พบว่ารถถูกยิง แต่โชคดีที่คนในรถซึ่งมา 3 คน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ