กรมอุทยานฯ แจงดราม่าขุดฝายชะลอน้ำบนดอยสุเทพ ยันทำถูกต้องทุกอย่าง
02 มี.ค. 2566 | titayu_pur

ฉันก็รักของฉัน! กรมอุทยานฯ แจงดราม่า โครงปรับปรุงซ่อมแซมฝ่ายน้ำล้น บริเวณน้ำตก ป.ป.ป. ดอยสุเทพ เป็นไปตามขั้นตอนถูกต้อง ตามระเบียบกรมอุทยานฯ
ข่าว
02 มี.ค. 2566 | titayu_pur

ฉันก็รักของฉัน! กรมอุทยานฯ แจงดราม่า โครงปรับปรุงซ่อมแซมฝ่ายน้ำล้น บริเวณน้ำตก ป.ป.ป. ดอยสุเทพ เป็นไปตามขั้นตอนถูกต้อง ตามระเบียบกรมอุทยานฯ
2 มีนาคม 2566 ที่ จ.เชียงใหม่ จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์รูปภาพพร้อมตั้งคำถามเกี่ยวกับ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมฝ่ายน้ำล้น บริเวณใกล้น้ำตก ป.ป.ป. ดอยสุเทพ โดยระบุข้อความว่า
“ขอตั้งคำถามไปที่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ว่า ตามภาพที่สอง มีการขออนุญาตหรือไม่ ถ้ามีแล้วอนุญาตหรือไม่ ถ้าอนุญาต อนุญาตด้วยเหตุผลความจำเป็นใด ถ้าไม่มีการอนุญาต ต้องแจ้งความดำเนินคดี และหาตัวผู้กระทำผิด ใช่หรือไม่
ในวันที่ฉันโพสต์บ่น รถหน่วยรัฐไหนไม่รู้ ไล่ตัดต้นไม้เกาะกลาง กุดเป็นตอทุกต้น หันกลับมาดอยหลังบ้านตัวเอง อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย หน่วยรัฐไหนไม่รู้ มันขุดเอาพื้นที่น้ำซับทั้งเวิ้ง ในป่าดิบแล้ง ที่ไม่ได้อยู่ลับตา แต่อยู่ริมทางช่วงจะขึ้นไปภูพิงนี่ล่ะ ได้พินาศสันตะโร แบบ "กูไม่กลัวใคร" มันล่อขุดพื้นที่ซับน้ำตรงนี้ เอาไปทำเป็นสระน้ำ เพื่อจะเอาน้ำไปใช้หน้าด้านด้านเลย มักง่ายเลวร้ายที่สุดในกระบวนความคิด และการกระทำ”
ล่าสุดทาง อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 65 ได้มีประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งในที่ประชุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านดอยสุเทพ ได้แจ้งถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง กรณีปัญหาภัยแล้ง แหล่งกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภค และการเกิดภัยพิบัติดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก จึงได้เสนอ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมฝ่ายน้ำล้น บริเวณใกล้น้ำตก ป.ป.ป. เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ซึ่งเดิมบริเวณฝายน้ำล้น น้ำตก ป.ป.ป. เคยเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับใช้อุปโภค บริโภคที่สำคัญของราษฎร ในหมู่บ้านพื้นที่ใกล้เคียง และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีดินโคลนน้ำป่าไหลหลาก ทำให้มีตะกอนทับถมเต็มในบริเวณพื้นที่ อีกทั้งในช่วงฤดูฝนเกิดน้ำป่าไหลหลาก พัดพาดินโคลนไหลลงบนถนน ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ต่อมาจังหวัดเชียงใหม่ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 9 พ.ย. 65 แจ้งมายัง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เพื่อให้พิจารณาสนับสนุน การปรับปรุงซ่อมแชมฝ่ายน้ำล้น ให้มีการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนดังกล่าว โดยบูรณการร่วมกันทุกภาคส่วน และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) จึงได้มีหนังสือ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 65 แจ้งให้ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ดำเนินการตามหนังสือจังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งทาง อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พิจารณาแล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว เดิมเคยเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ สำหรับใช้อุปโภค บริโภค ที่สำคัญของราษฎรในหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป
แต่ที่ผ่านมาในช่วงฤดูฝน เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลาก พัดพาดินโคลนและตะกอน ลงบนถนน เป็นอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา และนักท่องเที่ยว อีกทั้งการดำเนินการในบริเวณพื้นที่เดิม เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศไม่มาก
ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง ในการดูแลรักษาป่า และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทางอุทยานฯ และภาคประชาชน จะได้ร่วมกันฟื้นฟูพื้น โดยการปลูกพืชที่สามารถกักเก็บน้ำได้ เพื่อรักษาความชุ่มชื่นก่อนการดำเนินการ อุทยานได้จัดทำโครงการปรับปรุงซ่อมแชมบริเวณ น้ำตก ป.ป.ป. ดังกล่าวแล้ว โดยการจัดทำโครงการร่วม เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบกรมอุทยานฯ
นายกริชสยาม คงสตรี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เกี่ยวกับการเปิดพื้นที่น้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ตนขอขอบคุณผู้ที่รัก และเป็นห่วงดอยสุเทพ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของอุทยาน ที่รักและหวงแหนดอยสุเทพเช่นกัน
แต่สิ่งที่ได้มีการโพสต์ และถูกส่งต่อในโซเชียล อาจจะสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน จึงต้องการที่จะชี้แจงที่มาที่ไป ของการที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ร่วมกันขุดลอกดินตะกอนบริเวณน้ำตก ป.ป.ป. ดังกล่าว
สำหรับการดำเนินการนั้น ได้ดำเนินการไปเมื่อ 2 เดือน ที่ผ่านมาแล้ว แต่ทางผู้โพสต์อาจจะเพิ่งจะมาเห็น แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ตนในฐานะผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานแล้วว่า จะต้องมีการปลูกป่าฟื้นฟู นำพืชที่สามารถซับน้ำได้ไปปลูก เพื่อที่จะให้พื้นที่คืนสภาพป่าได้โดยเร็ว
ด้าน นายวุฒิชัย โสมวิภาท หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า ทางอุทยานได้พิจารณาแล้วว่า การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การขุดลอกดังกล่าวคำนึงถึงหลักวิชาการ โดยพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับถนน และเดิมเป็นอ่างน้ำที่ใช้กักเก็บน้ำ
ซึ่งจากการพิจารณาการดำเนินโครงการ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์มากเกินไป รวมถึงไม่ได้บุกรุกเข้าไปพื้นที่ป่า หลังจากนี้ทางอุทยานกับชุมชนจะช่วยกันดูแลฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวต่อไป
ผู้ใหญ่บ้านยืนยันไม่มีความตั้งใจทำลายป่า หวังใช้เป็นแหล่งน้ำดับไฟป่า
ขณะที่ นายขจร ประเสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านดอยสุเทพ กล่าวถึงประวัติของน้ำตก ป.ป.ป. ว่า เดิมทีเป็นบริเวณเป็นฝายชะลอน้ำ และที่กักเก็บน้ำ ให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ในฤดูแล้ง แต่ระยะเวลา 20 - 30 ปีที่ผ่านมา มีป่าน้ำป่าไหลหลาก มีดินตะกอนมาทับถมจำนวนมาก ทำให้ฝายชะลอน้ำตื้น ไม่สามารถกักเก็บน้ำ เมื่อปี 2559 ได้เกิดภัยแล้ง ตนได้แก้ไขปัญหาในเบื้องต้น โดยการขุดบ่อน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาไฟแล้ง แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลสุเทพ นำรถบรรจุน้ำขึ้นมาให้กับประชาชนวันละ 4 - 5 รอบ
ซึ่งตนมองว่า เป็นการแก้ไขปัญหาเพียงเบื้องต้น และจากที่ตนอยู่กับพื้นที่มานานจึงทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวสามารถกักเก็บน้ำได้ ทำให้ได้มีการเรียกประชุมหมู่บ้าน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน แต่จากการประชุมได้ข้อสรุปว่า ชาวจะดำเนินการเองไม่ได้ ต้องประสานและขออนุญาตจากภาครัฐก่อน
ต่อมาใน ปี 63 เกิดไฟไหม้ป่าดอยสุเทพ และดับไฟได้ล่าช้า เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อดับไฟป่า ทำให้แนวคิดเดิมที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาในระยะยาว จึงได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานของรัฐ และตนมีความเชื่อมั่นว่า ฝายชะลอน้ำที่ได้จัดทำขึ้น จะสามารถนำไปผลิตน้ำประปาภูเขา ให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงวัดและโรงเรียน หน่วยราชการอย่างเพียงพอแน่นอน สำหรับประเด็นต้นไม้ตายนั้น ต้นไม้ต้นนั้นได้ยืนต้นตายตั้งแต่ก่อนดำเนินการแล้ว ซึ่งในขณะที่ดำเนินการ ตนก็ได้ห้ามไม่ให้ตัดต้นไม้ที่ตายต้นดังกล่าว
นายขจร ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณที่เป็นประเด็น จะเห็นได้ว่าบริเวณดังกล่าว มีการขุดตะกอนขึ้นมาไว้บริเวณด้านข้าง และมีบ่อกักเก็บน้ำอยู่ 3 บ่อ ได้แก่บ่อขนาดเล็ก 2 บ่อที่รับน้ำจากน้ำตก ป.ป.ป. และบ่อที่ 3 ที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 บ่อแรก ที่มีความลึกประมาณเกือบ 2 เมตร และมีจุดที่นำเอากระสอบทรายมากักเก็บน้ำ แต่น้ำยังมีน้ำบางส่วน ที่สามารถไหลลงไปยังลำธาร ที่จะไปสู่พื้นที่ด้านล่างดอยสุเทพ
ซึ่งในบริเวณนั้นพบต้นไม้มียืนต้นตายจริง แต่ทางนายขจร ยืนยันว่า ต้นนั้นไม่ได้ยืนต้นตายมาก่อนหน้าจะดำเนินการแล้ว และยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม เพียงแค่แก้ไขปัญหาให้ประชาชน รวมถึงสามารถนำน้ำไปดับไฟป่าได้ ซึ่งในการดำเนินการไม่ได้สร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ มีเพียงกระสอบทรายที่นำมากั้น เพื่อกักเก็บน้ำเท่านั้น