รายงานระบุว่า นางขวัญเรือน เทียนทอง มีข่าวว่า หลังลาออกจาก นายก อบจ. จะไปลงสมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต 1 แทน นายฐานิสร์ เทียนทอง ลูกชาย ส่วน นายฐานิสร์ จะสลับมาลงสมัครเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. เพื่อให้ ตระกูลเทียนทอง สามารถคุมพื้นที่ จ.สระแก้ว ได้แบบเบ็ดเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอัมรินทร์ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง นางขวัญเรือน เมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ในการทำงานของนางขวัญเรือน ระบุว่า สวัสดีครับ "คุณป้ากี นางขวัญเรือน เทียนทอง" ด้วยความเคารพและด้วยความรัก ผม "นายอัมรินทร์ ยี่เฮง" ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า วันที่ "ป้ากี" ประกาศลงสนามเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วนั้น
ขอบอกเลยว่า ยินดีชื่นชมและก็สนับสนุน ด้วยความที่เราเห็นอดีตผู้บริหารชุดเก่า บริหารงานมา 25 ปีเต็ม แต่จังหวัดสระแก้ว ก็ยังอยู่ที่เดิม ด้วยความหวังที่หวังว่า สระแก้วจะไม่เหมือนเดิม ตามสโลแกนที่ป้าใช้ในการสมัครว่า “ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม” ด้วยความที่เราติดตาม เราเห็นบุคคลที่เราชื่นชม ที่เราได้รับข้อมูล เกี่ยวกับการบริหารงานของผู้บริหารชุดเก่านั้น จะเข้าไปอยู่ในทีมบริหาร ก็หวังว่าจะเข้าไปพัฒนา ให้ อบจ.สระแก้ว นั้นดีกว่าเดิม เห็นว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการ โดยใช้ภาคประชาชน เพื่อเข้าไปรับเรื่องเกี่ยวกับการที่ประชาชน เข้ามาร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ และดำเนินการอย่างทันท่วงที
แต่ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เห็น และด้วยสถานการณ์โควิด เราเห็นความขัดแย้ง เห็นความประจบสอพลอ เห็นธาตุแท้ของทีมบริหารบางคน เข้าไปเพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์ เพื่อประกอบในกิจการส่วนตัว และทีมบริหารบางคน ก็ทำเรื่องในสิ่งที่ไม่ควรทำ อย่าให้พูดว่า ต้องมีเรื่องอะไร ยกตัวอย่างเช่น การยิงปืนในสถานที่ราชการ หรือการทำกิจกรรมในสถานที่ที่ไม่ควรทำ
หรือผู้บริหารบางคน นำเวลาราชการไปประกอบกิจการส่วนตัว และเมื่อเวลาประชาชนทักท้วง ด้วยความเป็นห่วงและความหวังดีต่อชื่อเสียงของคำว่า “เทียนทอง” กลับมองเห็นสิ่งที่ประชาชนทักท้วงและตักเตือนนั้น เป็นการให้ร้าย เป็นวิชามาร ทำร้ายทำลายกันและกลั่นแกล้งกันทางการเมือง
มิหนำซ้ำ ยังมีการฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ ภายใต้การนำของ "ป้ากี" อีกด้วย การกระทำดังกล่าวเป็นการฟ้องปิดปาก เพื่อให้หยุดหรือยุติการขุดคุ้ย ทั้งพฤติกรรมส่วนตัวของทีมบริหารบางคนอีกด้วย
ผมเชื่อว่า สิ่งที่ "ป้ากี" ได้เห็น หลังจากการลาออกมาแล้ว จะเห็นพฤติกรรมของแต่ละคนในทีมบริหาร เช่นว่าจะเป็นการหาประโยชน์ส่วนตัว ของกลุ่มบุคคลบางคน "ป้ากี" ก็เคยโดนมาแล้วไม่ใช่หรือครับ ในการเดินทางไปท่องเที่ยว และอื่น ๆ อีกไม่ว่าจะเป็นเบิกค่าอาหาร แต่พฤติกรรมก็สร้างภาพว่า ห่อข้าวมากิน
เอาล่ะครับ ผมหวังว่า การลาออกครั้งนี้ของ "ป้ากี" ถือว่า เป็นครั้งประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะไม่เคยมีใครทำได้ ใบเหลืองถึง 2 ใบ ในวาระการบริหารงาน 4 ปี ที่ไม่ถึงด้วย นี่คือความล้มเหลวในการเลือกทีมงานมาบริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จนทำให้สระแก้ว ได้เห็นความจริงบางอย่างเกิดขึ้นในองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว และเห็นว่า การลาออกครั้งนี้ของ "ป้ากี" เป็นการลาออกเพื่อหนีกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบ และกระบวนการพิสูจน์ความจริง เพื่อเปลี่ยนสถานะทางการเมืองด้ว
การที่ "ป้ากี" จะลาออกแล้วไม่ถูกพิสูจน์ความจริงนั้น เพื่อไปลงการเมืองใหญ่ ยิ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายหรือย่ำแย่ไปกว่านั้น ถือว่า เป็นการปลูกผลไม้พิษ หรืออาจจะทำให้คนสระแก้วต้องเอาแบบอย่าง และบรรดานักการเมือง อาจจะเอาแบบอย่างก็ได้ ก็คือหนีการตรวจสอบและพิสูจน์ความจริง ไม่ได้สร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง คุณธรรมทางการเมืองอีกด้วย
ผมหวังว่า หลังจากเมื่อ "ป้ากี" ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว จะเปลี่ยนความคิด เพราะบัดนี้อายุอานามของ"ป้ากี" 70 กว่าเกือบจะ 80 แล้ว ผมว่า ใช้ชีวิตตรงนี้อยู่กับบ้านเลี้ยงหลาน และปล่อยให้อนาคตของคนสระแก้วอยู่กับคนรุ่นใหม่ ที่เขาตั้งใจที่จะบริหารจังหวัดสระแก้วดีกว่าครับ หากว่า "ป้ากี" ยังฝืนคุณธรรมจริยธรรม มันจะทำให้ความดีของบุตรทั้งสองที่เป็นถึงรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ และอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย มันจะเสื่อมค่า
คุณงามความดีของ "เทียนทอง" ที่สร้างมาทั้งหมด มันจะล่มสลาย เพราะการกระทำดังกล่าวที่ไม่รักษามาตรฐาน ไม่ปลูกฝังและส่งเสริมมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมทางการเมือง ประชาชนชาวจังหวัดสระแก้วจะประณามหยามเหยียด ด้วยคำว่า คนขี้โกง
วันนี้ผม "อัมรินทร์ ยี่เฮง" ในฐานะภาคประชาชนจังหวัดสระแก้วนั้น ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จดหมายฉบับนี้จะทำให้คนในทีมบริหารนั้น สำนึกได้บ้างว่า เสียงของประชาชนนั้นสำคัญ และมองเห็นหัวประชาชนบ้าง อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วประชาชนไม่รู้"
ด้วยจิตคารวะ "อัมรินทร์ ยี่ เฮง" เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสระแก้ว 31/01/66