นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ที่ให้ผู้ประกอบมาในวันนี้ เพื่อทำความเข้าใจในทุกเรื่อง โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2562 และเรื่องการกำหนดแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องชำระเป็นพิเศษ โดยปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เรียกเงินพิเศษจากชาวต่างชาติหัวละ 100 บาท ในพื้นที่เปราะบาง ตามเกาะบริวารของเกาะเสม็ด ส่วนกรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงิน ขณะนี้ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และคืบหน้าไปบ้างแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบเพราะมีบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าจะสรุปผลการสอบสวนได้ภายในวันที่ 15 ก.พ. 2566 อย่างแน่นอน
นายก้องเกียรติ กล่าวต่อไปว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ผู้ที่ให้ข้อมูลควรต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริง และที่สำคัญต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ตนเองยืนยันว่า หากพบพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ เข้าไปพัวพันเกี่ยวข้อง ตนเองไม่เอาไว้แน่ ส่วนเรื่องเงิน 16,000 บาท ยังไม่พบว่าเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง หากพบว่ามีก็แจ้งเข้ามา ทางตนเองจะดำเนินการลงโทษอย่างแน่นอน
ด้าน นายธานี สุขกระจ่าง ประธานชมรมแท็กซี่เกาะเสม็ด (รถยนต์เช่า) ที่เดินทางมาร่วมรับฟัง กล่าวว่า เงิน 16,000 บาท มีการเรียกเก็บจริง เป็นเงินค่าดำเนินการภายในชมรม ซึ่งยังไม่ได้ส่งให้อุทยานฯ แต่อย่างใด เงินจำนวน 960,000 บาท ที่เก็บจากผู้ประกอบการรถยนต์เช่าจำนวน 60 รายรายละ 16,000 บาท เงินทั้งหมดยังฝากอยู่ในธนาคาร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของชมรม หากมีการขอเงินคืนก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อนเพื่อหาข้อสรุป