นายคำรณ กล่าวถึงทองคำหนัก 188 บาท ที่มีการพูดถึงกันในช่วงที่เป็นข่าวว่า เห็นทองทั้งหมดจริงๆ เนื่องจากครูบาไก่บอกว่า อยากได้เกศาของพระสมเด็จองค์ปฐมองค์แรกเป็นทองคำ ครูบาไก่จึงมีการโพสต์เฟซบุ๊ก ขอให้สายบุญร่วมบริจาคทองคำ เพื่อสร้างเกศาตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมีสายบุญมาร่วมทำบุญด้วยทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 188 บาท และในวันที่ 18 ก.ค 2564 ทางวัดก็ได้ทำพิธีหล่อพระสมเด็จองค์ปฐมองค์แรกได้จำนวน 64 องค์ และครูบาไก่ก็นำพระที่หล่อเสร็จซึ่งเป็นทองคำแท้ไปเก็บไว้ แต่ไม่ทราบว่าเก็บที่ใด คาดว่าน่าจะเก็บไว้ในตู้เซฟ
เมื่อทางวัดยุติการก่อสร้างไม่ให้ช่างชุดเดิมมายุ่งเกี่ยวก็เลยไม่ยุ่ง ส่วนเรื่องทองน้ำหนักรวม 188 บาทที่สายบุญร่วมทำบุญนั้น ก็มีการหล่อพระเรียบร้อยแล้ว และอยากให้สายบุญ ศิษยานุศิษย์ของครูบาไก่ได้เข้าใจด้วยว่า การสร้างพระวิหารไม่เสร็จไม่ใช่ช่างทิ้งงาน แต่เกิดจากคนใบ้หวยห้ามสร้างต่อ เพราะทีมช่างชุดเดิมไม่มีวิศวกรมาคุมงาน ส่วนเรื่องทองก็หล่อเป็นพระเรียบร้อยได้ 64 องค์เรียบร้อยแล้ว
นายคำรณ กล่าวถึงกรณีที่ครูบาไก่ถูกกล่าวหาว่า ส่งของลับให้ชายหนุ่มว่า ตั้งแต่ติดตามครูบาไก่ไปตามที่ต่างๆและมานอนที่วัดด้วยกัน คณะกรรมการและลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด จะวางขอบเขต ห้ามญาติโยมที่เป็นหญิงเข้าใกล้ครูบาเด็ดขาด ส่วนพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนทางเพศไปชอบผู้ชายก็ไม่เคยเห็น เพราะผู้ชายที่ใกล้ชิดรับใช้ครูบาไก่ก็คือลูกหลานสายเลือดเดียวกับครูบาไก่ทุกคน จึงไม่เชื่อตามที่ถูกกล่าวหา เพราะไม่เคยเห็น และไม่รู้จักชายหนุ่มชื่ออักษรย่อ จ. และที่นำคณะกรรมการบางคนมาพบ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ก็เพื่อนำหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องมามอบให้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกๆเรื่องที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้
ด้าน นายติราช นาถปุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่ได้ ถวายให้กับทางคณะสงฆ์ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อให้ทางคณะสงฆ์นำไปประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนผลสรุปอย่างไรนั้น คณะสงฆ์จะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบพระธรรมวินัยของสงฆ์เอง
เบื้องต้น การดำเนินการตรวจสอบของทางคณะสงฆ์ต้องยุติชั่วคราว เพื่อรอผลทางกฎหมาย ภายหลังจาทาง ครูบาไก่ เข้าแจ้งความดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอาญาก่อน หากสิ้นสุดคดีความดังกล่าวแล้วอาจจะถึงชั้นฎีกา หากศาลมีคำสั่งอย่างไรก็จะนำคำตัดสินของศาลมาดำเนินการในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ทางคณะสงฆ์ตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป