ทั้งนี้ผู้ต้องหาสารภาพว่า ทำไปเพราะแอบชอบผู้ตายมานาน เนื่องจากเป็นคนหน้าตาดีในหมู่บ้าน จึงใช้วิธีการล่อลวงอ้างว่าจะให้เงิน 2,000 บาท เพื่อไปทำอนาจาร แต่ผู้ตายขัดขืนและขู่ว่าจะเอาเรื่องไปฟ้องภรรยาผู้ต้องหา พร้อมแจ้งความเอาผิด จึงเป็นเหตุจูงใจให้ผู้ต้องหาตัดสินใจใช้ท่อนไม้ทุบจนเสียชีวิต ด้วยอารมณ์ชั่ววูบพร้อมสำนึกผิด และขอรับความผิดกับการกระทำที่เกิดขึ้น
ด้าน นายชัยทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี สามีของผู้ตาย อาชีพ รปภ. บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ตนอยู่กินกับภรรยามานานกว่า 20 ปี มีลูกสาว 1 คนคือน้องมิ้นอายุ 12 ขวบ โดยตนไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ ให้ภรรยากับลูกสาวอยู่บ้านกัน 2 คน ทำหน้าที่เลี้ยงลูก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เพราะปกติต้องโทรคุยกันทุกวัน วันหนึ่งไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
ก่อนเกิดเหตุเย็นวันที่ 9 มกราคม 2566 ประมาณ 19.00 น. ยังโทรมาคุยสอบถามความเป็นอยู่ครอบครัว โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาครอบครัว และไม่มีปัญหาเรื่องชู้สาวนอกใจกันมาก่อน
ส่วนกรณีผู้ต้องหากล่าวอ้างว่า ล่อลวงภรรยาของตนออกไป เพราะต้องการเงิน 2,000 บาท ตนไม่เชื่อเพราะครอบครัวไม่มีปัญหาเรื่องเงิน หลังเกิดเหตุในบ้านพบว่าภรรยายังมีเงินสดนับหมื่นบาทที่เก็บไว้ใช้จ่าย เพราะตนส่งมาให้เดือนละเกือบ 10,000 บาททุกเดือน เพื่อไว้ใช้จ่ายและเป็นเงินเก็บดูแลลูก
นายชัยทอง กล่าาวอีกว่า คำให้การดังกล่าวของผู้ต้องหาตนเชื่อว่าเป็นแค่การกล่าวอ้าง มั่นใจว่าจะต้องใช้วิธีการอื่นล่อลวงภรรยาออกไปทำร้าย ซึ่งตนยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับครอบครัว ไม่เชื่อถึงปมสาเหตุ เพราะปกติผู้ต้องหากับภรรยาเป็นเพื่อนบ้านกัน เคารพนับถือกันเสมือนญาติคนหนึ่ง รู้จักมักคุ้นถึงขั้นภรรยาเรียกว่าลุงมิตรทุกคำ
อีกทั้งภรรยาเคยว่าจ้างมาทำงานตัดหญ้าที่บ้าน ให้มีรายได้เสริมด้วย ไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องชู้สาว แต่พอตำรวจมายืนยันถึงหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงผู้ต้องหา ตัวเองถึงกับอึ้ง โดยเชื่อมั่นว่าภรรยาไม่มีใจกับผู้ก่อเหตุแน่นอน มาถึงวันนี้ตนไม่ขออโหสิกรรม เพียงจุดธูปบอกวิญญาณภรรยา ไม่ต้องเป็นห่วง จะขอดูแลลูกเป็นอย่างดี อย่างน้อยตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ขอให้ไปชดใช้กรรมที่ก่อไว้
ส่วน น้องมิ้น อายุ 12 ปี ลูกสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ปกติตนอยู่กับแม่สองคนในบ้าน วันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม เห็นพ่อโทรมาคุยกับแม่ และจากนั้นไม่ทราบว่าคุยกับใครบ้าง เพราะตนเข้าห้องนอน จนกระทั่งประมาณเกือบ 3 ทุ่ม แปลกใจแม่ยังไม่เข้าห้องนอน จึงเดินออกมาดูภายในบ้านไม่พบ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย เพราะมีงานบุญในหมู่บ้าน นึกว่าแม่จะเข้าไปเที่ยวงาน โทรศัพท์หาหลายสายแต่แม่ไม่รับสายจึงเข้านอน เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับแม่
สุดท้ายไม่คิดว่าลุงที่แม่เคยเคารพเหมือนญาติ และเคยว่าจ้างมาตัดหญ้าให้ที่บ้าน ต้องมาเป็นคนทำร้ายฆ่าแม่ รู้สึกเสียใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ และบอกกล่าวให้ดวงวิญญาณแม่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงลูกยังมีพ่อดูแล ยอมรับสงสารแม่มาก ต้องมาถูกทำร้ายแบบนี้ เพราะได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากหลังบ้าน เหมือนเสียงคนทุบตีอะไรบางอย่างแล้วเงียบไป โดยไม่มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับแม่
ส่วนการฌาปนกิจศพของ น.ส.นฤมลจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 มกราคมที่จะถึงนี้ ด้านนายนิมิตรผู้ต้องหาพนักงานสอบสวน สภ.วังยาง สรุปสำนวนเตรียมนำตัวฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดนครพนม