นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า มีชาวบ้านจะให้นางเม็งไปอยู่ที่บ้านด้วย แต่นางเม็งก็กังวลใจว่าถ้าลูกชายคนสุดท้องพ้นโทษออกมาจะอยู่กันลำบาก เกรงใจเจ้าของบ้าน จึงยังตัดสินใจจะไปอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวไม่ได้ แต่เป็นช่วงที่นางสุภาพร ยื่นมือเข้ามาช่วย พาไปอยู่ที่บ้านเช่า จากนั้นตนเองในฐานะกำนันจะพยายามหาที่ดิน ปลุกสร้างบ้านให้นางเม็งได้พักอาศัยต่อไป และจะประสานทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือตามสิทธิ์
ด้านนางเม็ง เปิดเผยว่า อยู่กินกับสามีตั้งแต่อายุ 17 ปี ที่บ้านหนองกุง อาศัยอยู่ในที่ดินแปลงเดิม ที่เป็นมรดกของปู่ย่า มีลูกด้วยกัน 5 คน ต่อมาน้องสามีได้มาขอร้องให้ตนพาลูกย้ายออกจากที่ดินที่เป็นมรดก ไปอยู่ที่บริเวณที่ดินแปลงด้านหลัง ซึ่งเป็นที่ดินแปลงที่อาซื้อมาจากเพื่อนบ้าน โดยให้เหตุผลว่า จะค้าขาย และให้ตนช่วยจ่ายค่าที่ดินให้เท่าที่จะจ่ายได้ จึงย้ายออกจากที่ดินมรดกไปอยู่แปลงด้านหลัง และสร้างบ้านอยู่กับสามีและลูก กระทั่งสามีเสียชีวิต
จึงมีสามีคนใหม่และมีลูกด้วยกัน 1 คน ต่อมาสามีใหม่เสียชีวิต ลูกแยกไปมีครอบครัว ลูกคนที่ 5 และ 6 ติดยาบ้าจนสติเลอะเลือน และถูกจับติดคุก แต่มีลูกคนที่ 6 และเชื่อว่าเป็นเหตุให้ทุกคนต้องการขับไล่ตัวเองออกไปที่ดิน เพราะมีลูกชาย ติดยาเสพติด และเคยอาละวาด แม้กระทั่งตนเองต้องไปขออาศัยอยู่กับญาติบ่อยครั้ง ขณที่ทางญาติก็กลัวว่า ลูกชายจะตามไปแล้วไปอาละวาดคนอื่นด้วย จึงรังเกียจตัวเองไปด้วย ไม่ต้องการให้อยู่ร่วมกันเหมือนเดิม
แต่ในบรรดาลูก 6 คน มีคนที่ 6 ที่ทุกคนรังเกียจ แต่คอยเลี้ยงดูหาข้าวหาน้ำให้ตนกินทุกวัน แม้จะติดยาเสพติด แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งแม่ ทำงานบ้าน กวาดบ้านถูบ้านก็ทำแทนแม่กลัวแม่เหนื่อย ข้าวสารในถังจะเต็มตลอดไม่เคยขาด จนลูกชายเพิ่งถูกจับติดคุกไปเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ
หลายปีที่ผ่านมา น้องสามีค้าขายไม่รอดถูกธนาคารยึดที่ดิน จึงไม่มีที่อยู่ จึงมาปลูกบ้านอยู่ในที่ดินแปลงเดียวกัน ถมที่ดินสูงและก่ออิฐติดผนังบ้าน จนไม่สามารถเปิดประตูหน้าต่างได้ กระทั่งเมื่อสองสามปีนี้ น้องสามีได้ไปยื่นเรื่องที่สำนักงานที่ดิน ให้เจ้าหน้าที่มาออกมารังวัดที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ หลังจากน้องสามีได้โฉนดที่ดินแล้ว ก็ยื่นฟ้องต่อศาลขับไล่ตนออกจากบ้านที่อาศัยอยู่ โดยบอกว่าตนไม่ได้เช่าอยู่และไม่มีการจ่ายค่าที่พักอาศัยใดๆเลย ซึ่งศาลก็เชื่อ และขับไล่ตนออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน
ซึ่งในความเป็นจริง แล้วตนจ่ายค่าที่ดินให้น้องสามีมาหลายปี รวมเป็นเงินกว่า สามหมื่นบาท แต่ไม่มีหลักฐาน เพราะตนเชื่อใจที่เป็นญาติพี่น้องกัน โดยน้องสามีมักจะพูดว่า พี่ไม่เชื่อใจน้องหรือ และไม่คิดว่าจะทำการฟ้องขับไล่ตนออกจากบ้านที่อาศัยอยู่มาทั้งชีวิต ส่วนลูกๆก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้ เพราะทุกคนต้องดูแลครอบครัวตัวเอง ไม่มีลูกคนไหนมาช่วยเหลือตนได้
พรพรรณ เพ็ชรแสน รายงานจากจ.ขอนแก่น
หลานชายตะโกนไล่ป้าออกจากบ้าน