เนชั่นทีวี

ข่าว

ต้นตอแห่งความหายนะ "MOUNTAIN B" บทเรียนราคาแพงที่ไม่ควรเกิดซ้ำ!

27 ธ.ค. 2565

ต้นตอแห่งความหายนะ "MOUNTAIN B" บทเรียนราคาแพงที่ไม่ควรเกิดซ้ำ!

ต้นตอแห่งความหายนะ ของ MOUNTAIN B ไม่ต่างจาก ซานติก้าผับ โศกนาฎกรรมและบทเรียนราคาแพงที่ป้องกันได้ แต่ทำไมยังเกิดขึ้นซ้ำ!!!

ไฟไหม้ผับ MOUNTAIN B นับเป็นเรื่อง ที่สุดแห่งปี 2565 เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้น สูญเสียมากเกินเยียวยาได้ โดยเฉพาะร่องรอยแห่งไฟบนร่างกาย วันนี้มาย้อนถึง MOUNTAIN B กับปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องการขออนุญาตเปิดสถานบริการบันเทิง กฎหมายควบคุมอาคาร ว่าด้วยระบบความปลอดภัยเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงวิธีเอาตัวรอดจากเหตุไฟไหม้

กฎหมายคุมเข้ม

กฎกระทรวง กำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคาร ที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากกรณีซานติก้าผับเมื่อปี 2552 โดยเฉพาะในหมวดที่ 5 ระบุเรื่อง ทางออก ประตูทางออก ทางหนีไฟ บันไดหนีไฟ และประตูหนีไฟ ซึ่งจำนวนทางออกและประตูทางออกในสถานบริการ ต้องสอดคล้องกับจำนวนคนสูงสุดที่อยู่ในพื้นที่สถานบริการนั้น โดยสถานบริการจะต้องมีจำนวนทางออกและประตูทางออก ไปสู่ทางหนีไฟหรือออกสู่ภายนอกอาคารตามที่กำหนด

  • จำนวนคนสูงสุด ไม่เกิน 50 คน จำนวนทางออกและประตูทางออกไม่น้อยกว่า 1 แห่ง
  • จำนวนคนสูงสุด ตั้งแต่ 51-200 คน จำนวนทางออกและประตูทางออกไม่น้อยกว่า 2
  • จำนวนคนสูงสุด ตั้งแต่ 201-400 คน จำนวนทางออกและประตูทางออกไม่น้อยกว่า 3 แห่ง
  • จำนวนคนสูงสุด ตั้งแต่ 401-700 คน จำนวนทางออกและประตูทางออกไม่น้อยกว่า 4 แห่ง
  • จำนวนคนสูงสุด ตั้งแต่ 701-1,000 คน จำนวนทางออกและประตูทางออกไม่น้อยกว่า 5 แห่ง
  • จำนวนคนสูงสุด ตั้งแต่ 1,001 คนขึ้นไป จำนวนทางออกและประตูทางออกไม่น้อยกว่า 6 แห่ง

และเนื้อหายังเน้นไปที่วัสดุอุปกรณ์ของสถานบริการ เช่น ผนังทนไฟ ต้องทำด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีและมีอัตราการทนไฟเป็นไปตามที่กำหนด

ปรากฏการณ์ MOUNTAIN B ความสูญเสียที่ยังไม่ตกสะเก็ด ที่สุดแห่งปี 65

ต้องสูญเสียก่อนถึงล้อมคอก

หลังจากเกิดเหตุสลด MOUNTAIN B กระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กำชับผู้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการทุกแห่ง ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งมาตรการเกี่ยวกับระบบความปลอดภัย สำหรับอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันเพลิงไหม้ ทางออก ประตูทางออก ทางหนีไฟ บันไดหนีไฟ ประตูหนีไฟ และระบบอื่น ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการโดยเคร่งครัด และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจตราและเข้มงวดกวดขัน

สถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการ ในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบว่าสถานบริการและสถานประกอบการใดกระทำการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเง้มงวด ทั้งทางอาญาและทางปกครอง

หากปรากฏว่ามีการเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ ให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น ดำเนินการทั้งทางอาญาและทางปกครองอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว

ซานติก้าผับ นำไปสู่การออกกฎกระทรวง ความปลอดภัยในอาคารปี 2555

รองผู้ว่าฯกทม.ออกตรวจสอบสถานบันเทิง


กทม.ต้องรายงานทุกวันที่ 5 ของเดือน

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า กทม. มีการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยกับสถานบริการในพื้นที่ เรื่องทางออกประตูหนีไฟ โดยรายงานทุกวันที่ 5 ของแต่ละเดือน ตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2565 มีรายงานว่ามีทั้งหมด 83 แห่ง ที่มีปัญหา ซึ่งบางส่วนยืนยันว่าสั่งปิดและยืนยันการแก้ไข เรื่องปัญหาทางหนีไฟไม่เพียงพอแล้ว จึงไม่ได้สั่งปิดทั้ง 83 แห่ง

ส่วนเรื่องการต่อใบอนุญาตเป็นอำนาจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) เป็นนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจนครบาล แต่ที่ทาง กทม.อนุญาตไว้ เป็นการอนุญาตในเรื่องของ พ.ร.บ. สาธารณสุข เรื่องของอาหาร เรื่องของการเล่นดนตรี

ไม่มีใบอนุญาต ต้นตอของหายนะ

ทั้งนี้แม้กระทรวงมหาดไทย จะออกมากำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากที่เกิดเหตุสลด Mountain B ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เปิดเป็นสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งอยู่ในพื้นที่โซนนิ่งที่ไม่อนุญาตให้เปิดสถานบันเทิง และสถานบังเทิงให้บริการ ผับ บาร์ต่างๆ ส่วนมากถึงไม่ขอใบอนุญาต

เรื่องนี้นายวิสุทธิ์ วานิชบุตร อดีตตำรวจมือปราบ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง น่าสนใจและชี้ตรงประเด็น ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า “สถานบริการที่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ จะโดนหนักกว่า ไม่มีใบอนุญาต” เวลามีเรื่องราว ตำรวจเข้ามาจับก็จะโดนข้อหาเดียวคือ เปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต แต่คนที่ทำถูก ขอใบอนุญาตถูกต้อง อาจจะมีความผิดมากกว่า โดนหนักกว่า เพราะมันถูกล็อกด้วยกฎหมาย

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ หากเป็นร้านผิดกฎหมาย เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อโดนข้อหานี้แล้ว ก็จะไม่โดนข้อหาอื่น เช่น ปล่อยเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปใช้บริการ จะแจ้งข้อหานี้กับเขาได้ยังไง เพราะนี่ “ไม่ใช่สถานบริการ”

การขอใบอนุญาตสถานบันเทิง ถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะหลักเกณฑ์ละเอียดมาก เช่น รูปแบบอาคารมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน ทางหนีไฟเพียงพอหรือไม่ โครงสร้างเป็นแบบไหน มีการออกแบบเพื่อกักเก็บเสียงหรือไม่ สถานที่ตั้งใกล้กับโรงพยาบาล โรงเรียน วัด หรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีหลักเกณฑ์อื่นๆ อีก เช่น คนที่จะเข้าไปได้ต้องมีอายุ ไม่ต่ำกว่า 20 ปี ในกฎหมายยัง ระบุด้วยว่า “ไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปในผับ หากไม่มีผู้ชายไปด้วย” เรื่องนี้แทบไม่มีใครรู้

ดังนั้น สถานบันเทิงในประเทศไทยมากมาย ถึงเลือกที่จะ “ไม่มีใบอนุญาต” เพราะการขอไม่ง่าย แต่ถ้าขออนุญาตได้ ก็จะเจอกฎหมายต่างๆ “ล็อก” อีก จึงทำให้เลือกเปิดสถานบันเทิงโดยไม่มีใบอนุญาต เพราะจะโดน “การลงโทษเบากว่า”

ผู้หญิงไม่มีแฟนมาด้วยห้ามเข้าผบ

สถานบริการทั่วประเทศ 95 % เถื่อน

“เชื่อว่า สถานบริการในประเทศไทย 95% ไม่มีใบอนุญาต หรือมีใบอนุญาตผิดประเภท เช่น มีใบอนุญาตให้สามารถเล่นดนตรีได้ แต่ก็ปล่อยให้มีการเต้นรำ ซึ่งการขอใบอนุญาตประเภทร้านอาหารมันขอไม่ยาก แต่ถ้ามีดนตรี มีการเต้นรำเมื่อไร ขอใบอนุญาตยาก ก็เลยย้อนกลับไปแก้ปัญหาด้วยวิธี 'ไม่ขออนุญาต' เพราะการขออนุญาตสถานบริการ จำเป็นต้องขอใบอนุญาตอื่นๆ อีก 8-9 อย่าง แบบนี้เปิดเถื่อนดีกว่าไหม เวลาโดนจับ ก็ย้ายที่เปิดใหม่ ส่วนร้านที่มีใบอนุญาต อาจมีความผิดหลายข้อหา อาจโดนพักใบอนุญาต หรือถ้าหนักกว่านั้นก็โดนถอนใบอนุญาต

ความเข้มของกฎหมายก็เป็นต้นเหตุหนึ่ง

สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่เอาจริงเอาจัง ไม่คำนึงถึงกฎหมายที่วางระเบียบไว้ มีแต่การเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ จึงไม่ใส่ใจที่จะไปตรวจตรา หากผู้รักษากฎหมายในท้องที่ทุกคนเข้มงวด ไม่ให้ร้านที่ไม่มีใบอนุญาตเปิดบริการได้ คนที่จะทำธุรกิจก็ต้องทำถูกต้อง

วิธีเอาตัวรอดจากไฟไหม้

อย่างไรก็ตาม เทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว หากต้องออกไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน ควรพิจารณาสถานที่ที่มีความปลอดภัย แต่ถ้าหากบังเอิญโชคร้าย ประสบกับเหตุไฟไหม้ จะเอาตัวรอดอย่างไร

อ.นพ.พงศศิษฏ์ สิงหทัศน์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและเวชบำบัดวิกฤตศัลยกรรม ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูล“การเอาตัวรอดจากไฟไหม้” ในยามคับขัน ว่า

  • 1.ตั้งสติแล้วรีบพาตัวเองออกมาจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด
  • 2.พยายามหลีกเลี่ยงการสูดควันต่าง ๆ เข้าไป เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ทั้งยังได้รับสารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
  • 3.เอาผ้าชุบน้ำปิดปากปิดจมูก หรือหาผ้าห่มชุบน้ำแล้วห่มตัว จากนั้นรีบหาทางออกมาจากที่เกิดเหตุ
  • 4.หากอยู่ในห้อง อย่าเพิ่งรีบเปิดประตู ควรจับประตูก่อนเพื่อดูว่าร้อนหรือไม่ หากรู้สึกร้อนนั่นหมายถึงอาจมีไฟอยู่หลังประตู จึงไม่ควรเปิดเพราะจะทำให้ควันไฟเข้าห้อง ควรหาผ้าหรืออื่น ๆ มาอุดตรงประตู เพื่อป้องกันไม่ให้ควันไฟเข้ามาในห้องได้
  • 5.หากติดอยู่ในห้องพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น ส่องไฟมือถือออกไปทางหน้าต่าง เพื่อให้ภายนอกรู้ว่ามีคนต้องการความช่วยเหลืออยู่
  • 6.หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ ควรใช้บันไดหนีไฟแทน
  • 7.หลีกเลี่ยงการวิ่งหนีเข้าจุดอับ
  • 8.ระหว่างหาทางออกจากที่เกิดเหตุ หากมีควันมากพยายามก้มต่ำหรือคลาน เพราะออกซิเจนจะลอยอยู่ที่ต่ำ

จะเอาตัวรอดอย่างไร เมื่ออยู่ในเหตุเพลิงไหม้

นอกจากนี้ยังระบุวิธีการช่วยเหลือผู้อื่นจากสถานการณ์ไฟไหม้ด้วยว่า  หากอยู่ในสถานการณ์คับขันให้รีบพาผู้ประสบภัยออกมาจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด หากเพลิงไหม้สงบลงแล้ว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยควรดูแลเรื่องกระดูกต้นคอเป็นหัวใจสำคัญ โดยการขนย้ายด้วยเปลหรือเบาะ อย่าหิ้วแขนหรือยกศีรษะห้อยลงในขณะเคลื่อนย้าย เพราะอาจทำให้กระดูกเคลื่อนได้

สำหรับกรณีที่ผู้ประสบภัยถูกไฟครอกจนเสียหายรุนแรง หลังช่วยเหลือออกจากที่เกิดเหตุได้แล้ว ให้รีบถอดหรือตัดเสื้อผ้าออกจากร่างกายผู้ประสบภัย เพราะเสื้อผ้าจะอมความร้อนเอาไว้มาก แต่อย่าใช้วิธีกระชาก เพราะเนื้อผ้าบางส่วนอาจติดที่บริเวณผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหลุดออกมาด้วย

ถอดเครื่องประดับ เช่น นาฬิกาข้อมือ กำไล ต่างหู ออกจากตัวผู้ประสบภัย เพราะของเหล่านี้อมความร้อนจะทำให้เกิดการพอง ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติรดตัวผู้ประสบภัย เพื่อลดความร้อนให้กับร่างกาย ใช้ผ้าชุบน้ำห่มตัวผู้ประสบภัยไว้ก่อน แล้วนำผ้าบางคลุมอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาล 

หากที่เกิดเหตุและโรงพยาบาลอยู่ไกลให้ผู้ประสบภัยดื่มน้ำก่อน เพราะผู้ประสบภัยมักจะมีภาวะขาดน้ำ แต่ถ้าโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด รีบเปิดทางเดินหายใจให้ผู้ประสบภัยหลังนำตัวออกมาจากที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้เหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิง “MOUNTAIN B” อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่รัฐนับเป็นกุญแจสำคัญที่ควบคุมความหายนะ หากหย่อนยาน เห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย อาจนำไปสู่ความสูญเสียมหาศาล ถ้าหนึ่งในผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เป็นลูกหลานท่านล่ะ!