นางสาวมิ อายุ 20 ปี ลูกจ้างชาวเมียนมาที่ถูกทำร้าย ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งเด็ดพริกอยู่บริเวณกลางร้าน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินมาสะกิดตนพร้อมสอบถามว่า ตนใช่คนชื่อหยกที่ไปตบแม่เขาหรือไม่ ตนก็ตอบกลับไปว่าไม่ใช่ จากนั้นเขาก็ตบหน้าเลย ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายผอมสูงขาวหน้าตาดี ส่วนคนรูปร่างอ้วนรออยู่ในรถเก๋งริมถนน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนยืนยันว่า ตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน
ด้าน น.ส.ปัทมา (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เจ้าของร้าน ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาถามลูกจ้างของตนว่าชื่อหยกไหมที่ด่าแม่เขาหรือไม่ ตนเดินมาเห็นเหตุการณ์พอดี ก็บอกไปว่าไม่ใช่ แต่หลังจากที่สิ้นเสียง ผู้ก่อเหตุรายก็ตบหน้าลูกน้องตนอย่างจัง หลังจากที่ตบเสร็จ ผู้ก่อเหตุก็วิ่งไปขึ้นรถที่เปิดประตูรอไว้ ก่อนขับหนีหายไป
ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นการมาตบผิดคน เพราะตนเองเพิ่งมาเซ้งร้านต่อจากแม่ค้าอีกคน ได้ 3-4 เดือน เนื่องจากเจ้าของร้านคนเก่าไปกู้เงินมา ประจวบเหมาะกับลูกน้องของตนตัดผมสั้นคล้ายกับแม่ค้าคนเก่า เลยทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์คล้ายกัน มีคนมาสอบถามแต่พอเห็นหน้า และทางตนอธิบายให้เขาฟังเขาก็รับทราบ แล้วออกจากร้านไป แต่กับคนนี้พอมาสอบถามยังไม่รับฟังคำตอบแต่ก็ลงมือทำร้ายร่างกายเลย ลูกน้องของตนไม่รู้เรื่องก็โดนตบหน้าแบบงง ๆ หลังเกิดเหตุตนได้พาลูกน้องไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ
น.ส.ปัทมา ยังฝากถึงเจ้าหนี้ว่า ทางร้านของตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าของคนเก่า ไม่รู้ว่าเขาย้ายไปอยู่ไหน ตอนนี้วิตกกังวลและหวาดระแวง กลัวจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก ฝากเจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ มาสอบสวนสาเหตุ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับตนและกับลูกน้องที่อยู่ภายในร้าน