ต่อมาเมื่อเวลา 07.17 น. วันนี้ (7 พ.ย.65) ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติม ระบุว่า...
มาตรา 15 สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย ทารกในครรภ์มารดาก็สามารถมีสิทธิต่าง ๆ ได้ หากว่าภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก ผมทราบครับ กฏหมายข้อนี้ แต่จะให้เขาอยู่รอดจนทารกเป็นทารกได้อย่างไรครับ ในเมื่อแม่เขาสิ้นใจก่อน แม่สิ้นใจลูกก็ต้องสิ้นใจตาม แถมยังมาโดนอดีตเจ้าที่ทำร้ายทั้งแม่และลูก รู้ไหมขนาดภรรยาผมเสียชีวิตในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่
คนร้ายยังฟันท้องภรรยาผมทะลุถึงลูกผม จะให้รอดเป็นทารกได้อย่างไร ทำไมไม่มองเรื่องมนุษยธรรมบ้างคุณธรรมบ้างพอเกิดเรื่องกฏหมายมาก่อนเลย ทีตอนคนร้ายเขาทำเป็นคนเขายิ่งเป็นคนรักษากฏหมาย ทำไมถึงปล่อยให้เขามีอาวุธมาทำร้ายทั้งคณะครูและเด็กๆที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย
#ผมฝากไว้ให้คิดครับ
#ผมละท้อใจกับประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายเสกสรรค์ ซึ่งได้เปิดเผยความรู้สึกว่า สาเหตุที่ได้มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ก็อยากจะใช้สิทธิ์ของความเป็นพ่อทวงสิทธิ์ให้กับลูก
" ส่วนในเรื่องของกฏหมายบ้านเมืองนั้น เคารพกฎหมายอยู่ ตามหลักกฎหมายลูกผมไม่มีสภาพบุคคล หากมองว่าวันที่ลูกผมไปผ่าคลอดนั้น ลูกผมเป็นก้อนเลือดเหรอ ลูกผมมีอวัยวะครบทุกอย่าง 32 ประการ พร้อมที่จะลืมตามาดูโลกแล้ว ผมก็ต้องทำหน้าที่ของพ่อทุกอย่างทวงสิทธิ์ ให้ลูกผมได้รับความเป็นธรรม ผมผิดตรงไหน ผมอยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือผมด้วย ถึงการเบิกเงินหลวงมามันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่มีช่องทางที่จะเยียวยาผมได้เลยเหรอครับ "
นายเสกสรรค์ กล่าวอีกว่า การเยียวยาจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าผู้ใหญ่ไม่มนุษยธรรมประเทศจะอยู่อย่างไร ผมก็ขอฝากไว้ และอยากให้มีกฎหมาคุ้มครองเด็กตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ด้วย เพราะว่าเราไม่รู้ว่าวันไหนจะเกิดเหตุ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานในการที่จะหาวิธีการช่วยเหลือด้วยหลักมนุษยธรรม
นอกจากนั้น นายเสกสรรค์ กล่าวอีกว่า การช่วยเหลือหากมันขัดต่อกฏหมายแล้ว ไม่มีวิธีอื่นที่จะดูแลลูกผมหรือ อยากให้มองในเรื่องของหลักมนุษยธรรม มองในเรื่องคุณธรรมที่ลูกผมจะได้รับบ้าง ถามหาทำไมเลขบัตรประชาชน ใบเกิดของลูกผม ถามแบบนี้ก็กินใจผมมากแล้ว ถามแบบไม่ให้เกียรติผู้ตาย
" หากผมยังคงมีภรรยาเคียงข้าง มีลูกอยู่พร้อมหน้า ชีวิตครอบครัวผมก็ยังจะมีกำลังใจในการต่อสู้ อยากให้มองชีวิคมีตัวตนหน่อย นับเป็น 1 ชีวิตได้ไหม "
สำหรับเงินที่ได้รับการช่วยเหลือที่ผ่านมานั้น นายเสกสรรค์ บอกว่า สำหรับในส่วนของลูกจากทางภาคเอกชน คือ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอุดรธานี 100,000 บาท มอบไปเมือวันที่ 25 ตุลาคม 2565 จากทั้งคณะสงฆ์และภาคเอกชน รวม ได้รับมา 173,111 บาท ส่วนในเรื่องสภาพจิตใจในตอนนี้ ผมได้อโหสิกรรมไปให้กับผู้ก่อเหตุแล้ว จะได้ไม่จองเวรจองกรรมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ผู้ใช้โซเชียล ได้มาแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจนายเสกสรรค์ พร้อมตำหนิการทำงานของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องเงียบก็มักจะไม่มีความคืบหน้าในการช่วยเหลือ ดังนี้