เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพดชิงเงิน 1,700 บาท

19 ก.ย. 2565 | titayu_pur

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพดชิงเงิน 1,700 บาท

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพด ชิงเงิน 1,700 บาท ครอบครัวขอให้เร่งติดตามคนร้าย ไม่อยากเชื่อจะเกิดเรื่องเศร้า เหตุผู้เสียชีวิตไม่เคยมีเรื่องกับใคร

ความคืบหน้ากรณีที่วานนี้ (18 ก.ย.) ตำรวจ สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุนางสมบัติ หรือน้อย ฤทธิ์มนตรี อายุ 56 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทง และของแข็งทุบตีจนกะโหลกแตก รวม 9 จุด นอนเสียชีวิตจมกองเลือด อยู่บริเวณไร่ข้าวโพด ห่างจากหมู่บ้าน ไปราวประมาณ 3 กิโลเมตร ชิงเงินสดในกระเป๋าไป 1,700 บาท ส่วนทรัพย์สินอย่างอื่นอยู่ครบ ตำรวจมุ่งปมสังหารไว้ 2 ประเด็น คือฆ่าชิงทรัพย์ และขัดแย้งส่วนตัว  

 

ล่าสุด วันนี้ (19 ก.ย.) พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.บ้านดุง พร้อมตำรวจสืบสวน ภ.4 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด  เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะลงพื้นที่สอบสวนปากคำญาติผู้ตาย และชาวบ้านรวม 6 ปาก เพื่อหาจุดเชื่อมโยงปมสังหารผู้ตายอย่างเหี้ยมโหดในครั้งนี้ 

 

 

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพดชิงเงิน 1,700 บาท

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพดชิงเงิน 1,700 บาท
 

วันเดียวกัน ที่ศาลาการเปรียญวัดศรีสุวอ บ.สุวอ ต.นาไหม อ.บ้านดุง ซึ่งเป็นที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล นางสมบัติ มีญาติพี่น้องและชาวบ้านทยอยมาร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าเสียใจ เนื่องจากผู้ตายเป็นที่รักใคร่ของคนในหมู่บ้าน และไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับคนในหมู่บ้านเลย ส่วนนายประครอง ฤทธิ์มนตรี อายุ 57 ปี สามีผู้ตาย ได้ไปจุดธูปและเคาะโลงศพภรรยา เพื่อบอกกล่าวทั้งน้ำตาว่าไม่ให้ห่วง และให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้าย ที่ลงมือฆ่าภรรยาอย่างโหดเหี้ยมเหมือนไม่ใช่คน 

 

นายประครอง เล่าว่า ช่วงเช้าเมื่อวานนี้ ภรรยาไปเก็บข้าวโพดกับแตงกวา ส่วนตนเองก็ไปเลี้ยงควาย ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับภรรยา เพราะภรรยาตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร จะมีก็แต่กับน้องสาวภรรยาเท่านั้น ที่มาต่อว่าเรื่องมรดกที่พ่อแม่แบ่งให้ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นน้องภรรยาที่จะมีปากเสียง แม้แต่เรื่องสุนัขไปขับถ่ายที่หน้าบ้าน ตนก็ไม่ได้ว้าอะไร แต่ถ้าแมวหรือสุนัขตนไปถ่ายหน้าบ้านของน้องภรรยา เขาก็จะมาต่อว่าตลอด  นอกจากเรื่องนี้ตนก็ยังสงสัยเด็กวัยรุ่นที่ชอบเมาสุรา เสพยาเสพติดติดในหมู่บ้าน 

 

“ส่วนเงินภรรยาที่หายไปหลังเสียชีวิต จำนวน 1,700 บาท นั้น ทีแรกภรรยาตนมีเงิน 1,000 บาท แล้วตนขายไก่ชนได้เงิน 900 บาท ได้เอาเงินไปซื้อรำซื้ออาหารไก่ บางส่วนลูกสาวไปซื้อกับข้าว เหลือ 700 บาท ก็เลยเอาให้ภรรยา ส่วนเงินขายควายนั้นขายไปหลายปีแล้ว และตนก็เอาไปใช้หนี้ต่าง ๆ ไปจนหมดแล้ว” 
 

 

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพดชิงเงิน 1,700 บาท

นายประครอง ฤทธิ์มนตรี อายุ 57 ปี สามีผู้ตาย

ด้าน น.ส.อารีรัตน์ โคตะ หรือหลิน อายุ 36 ปี ลูกสาวคนโตผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนพบศพแม่เป็นคนแรก ช่วงประมาณ 4 โมงเย็นวานนี้ หลังจากพ่อโทรไปบอกว่า ให้ออกมาช่วยตามแม่ เพราะถึงเวลากลับบ้านแล้ว แต่แม่ยังไม่ออกมาจากไร่ กลับมาที่กระท่อมนาเลย ตนเดินตามหาอยู่นาน นึกขึ้นได้ว่า แม่อาจจะอยู่ที่ไร่ข้าวโพด จึงเดินไปดูพร้อมกับร้องเรียกหา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนโทรศัพท์หาแม่อีกหลายครั้ง กระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์แม่ค่อย ๆ ดังขึ้น และพบแม่นอนอยู่ในไร่ข้างโพด ตอนแรกที่เห็นนึกว่า แม่เป็นลมล้มลงเท่านั้น แต่ก็เอะใจว่า ทำไมมีเลือดไหลออกมามากขนาดนั้น ก่อนที่จะบอกพ่อตามมาดู และโทรศัพท์แจ้งป้าให้ออกมาช่วย

 

“แม่ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่ก็ยอมรับว่าเคยมีเรื่องไม่ลงรอยกับน้องสาว (น้า) แต่ไม่ถึงขนาดว่า จะมีความรุนแรงอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นึกว่า มันจะรุนแรงขนาดนี้ ไม่นึกว่า คนร้ายจะลงมือฆ่าแม่อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ แม่ไม่เคยมีปัญหารุนแรงอะไรกับใครเลย อยากให้ตำรวจช่วยจับคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่า จะเผาศพแม่วันไหน ญาติ ๆ ยังไม่ได้พูดคุยตกลงกัน ก่อนที่จะเกิดเหตุ 2 วัน ตนเองมีอาการหางตาขวากระตุก คิดในใจว่า คงมีเรื่องร้าย เพราะทุกครั้งที่ตากระตุก ตนจะได้ร้องไห้ทุกครั้ง โดยไม่นึกว่าจะมาเกิดเหตุร้ายแรงกับแม่ของตนแบบนี้ ” 

 

 

น.ส.อารีรัตน์ โคตะ หรือหลิน อายุ 36 ปี ลูกสาวคนโตผู้ตาย

 

ขณะที่ น.ส.ลำแพน ศรีสิงห์ อายุ 33 ปี หลานสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนไม่สงสัยอะไร เพราะตัวอาก็ไม่ได้มีเรื่องกับใคร คาดว่า คนร้ายจะฆ่าชิงเอาเงิน ส่วนเงินที่หายไปมีเพียง 1,700 บาท และอาจะไปนอนอยู่ที่บ้านสวนเป็นประจำ แต่จุดที่อาเสียชีวิตเป็นที่ของพ่อตน ที่ใช้ปลูกข้าวโพดด้วยกัน แต่ตอนเช้าพ่อกับแม่ของตน ไปเก็บข้าวโพดในไร่มาก่อน ส่วนอาจะตามไปทีหลังเพราะปวดขา แล้วให้อาเขยไปเลี้ยงควาย ในส่วนเรื่องทะเละกับใครนั้นตนก็ไม่ทราบ โดยนิสัยของอาจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีปัญหากับใคร ซึ่งตนก็เคยเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่อื่น ไม่คิดว่าจะเกิดกับญาติพี่น้องคนใกล้ตัว ตนก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว 

 

พอไปที่เกิดเหตุเมื่อวาน ก็ยังไม่เชื่อว่าถูกฆ่า และคิดว่าอาเป็นลม แล้วจะพาไปหาหมอ พอรู้ว่าอาถูกฆ่าเสียชีวิตก็พากันร้องไห้ ก่อนตนจะวิ่งเข้ามาที่บ้าน เพื่อเอาโทรศัพท์อีกเครื่องโทรแจ้งตำรวจ และพ่อก็ให้ตนมาดูอา พบว่ามีแผลทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ศรีษะโดนทุบจนกะโหลกแตก และตัวเริ่มแข็งแล้ว ทาเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสภาพศพ และนำศพไป รพ.สมเด็จพระยุพราช บ้านดุง ตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนนำศพอามาที่วัด สังเกตเห็นอาตายตาไม่หลับ จนพ่อต้องได้ใช้มือรูปให้อาหลับตา แต่ก็ไม่ยอมหลับ จนได้เอาเข้าโลงไปก่อน

 

“เมื่อ 2 วันก่อนที่อาจะถูกฆ่าเสียชีวิต ลูกสาวอาโทรมาหาคนชวนกันมาต้มข้าวโพด แล้วได้พูดคุยกันเรื่องย้อมผม แต่อยู่ดี ๆ ก็ได้พูดถึงอาขึ้นมา ซึ่งได้พูดกันว่า อาแพ้ยาย้อมผม ไม่สามารถย้อมผมได้ ก่อนตาขวาจะกระตุกทั้งวัน ก็คิดเพียงว่า จะได้ร้องไห้ จึงบอกพ่อกับแม่ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ซึ่งลูกสาวของอา ก็มีอาการตาขวากระตุกเช่นกัน” 

 

 

น.ส.ลำแพน ศรีสิงห์ อายุ 33 ปี หลานสาวผู้ตาย

 

 

ด้าน พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.บ้านดุง เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้ลงพื้นที่ พร้อมกับพนักงานสอบสวน ตำรวจสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี และตำรวจสืบสวน ภ.4 เพื่อทำกาiสอบปากคำญาติ และพยานแวดล้อมไปแล้ว 6 ปาก ส่วนประเด็นปมการสังหาร ยังไม่ประเด็นใดทิ้ง แต่จะให้น้ำหนักไปทางเรื่องการขัดแย้งส่วนตัวกับเครือญาติ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ จะได้รวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในการติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

ตร.บ้านดุง เร่งสอบพยาน หามือสังหารสาวใหญ่ในไร่ข้าวโพดชิงเงิน 1,700 บาท
 

ข่าวล่าสุด