ด้าน น.ส.อารีรัตน์ โคตะ หรือหลิน อายุ 36 ปี ลูกสาวคนโตผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนพบศพแม่เป็นคนแรก ช่วงประมาณ 4 โมงเย็นวานนี้ หลังจากพ่อโทรไปบอกว่า ให้ออกมาช่วยตามแม่ เพราะถึงเวลากลับบ้านแล้ว แต่แม่ยังไม่ออกมาจากไร่ กลับมาที่กระท่อมนาเลย ตนเดินตามหาอยู่นาน นึกขึ้นได้ว่า แม่อาจจะอยู่ที่ไร่ข้าวโพด จึงเดินไปดูพร้อมกับร้องเรียกหา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนโทรศัพท์หาแม่อีกหลายครั้ง กระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์แม่ค่อย ๆ ดังขึ้น และพบแม่นอนอยู่ในไร่ข้างโพด ตอนแรกที่เห็นนึกว่า แม่เป็นลมล้มลงเท่านั้น แต่ก็เอะใจว่า ทำไมมีเลือดไหลออกมามากขนาดนั้น ก่อนที่จะบอกพ่อตามมาดู และโทรศัพท์แจ้งป้าให้ออกมาช่วย
“แม่ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่ก็ยอมรับว่าเคยมีเรื่องไม่ลงรอยกับน้องสาว (น้า) แต่ไม่ถึงขนาดว่า จะมีความรุนแรงอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นึกว่า มันจะรุนแรงขนาดนี้ ไม่นึกว่า คนร้ายจะลงมือฆ่าแม่อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ แม่ไม่เคยมีปัญหารุนแรงอะไรกับใครเลย อยากให้ตำรวจช่วยจับคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่า จะเผาศพแม่วันไหน ญาติ ๆ ยังไม่ได้พูดคุยตกลงกัน ก่อนที่จะเกิดเหตุ 2 วัน ตนเองมีอาการหางตาขวากระตุก คิดในใจว่า คงมีเรื่องร้าย เพราะทุกครั้งที่ตากระตุก ตนจะได้ร้องไห้ทุกครั้ง โดยไม่นึกว่าจะมาเกิดเหตุร้ายแรงกับแม่ของตนแบบนี้ ”
ขณะที่ น.ส.ลำแพน ศรีสิงห์ อายุ 33 ปี หลานสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนไม่สงสัยอะไร เพราะตัวอาก็ไม่ได้มีเรื่องกับใคร คาดว่า คนร้ายจะฆ่าชิงเอาเงิน ส่วนเงินที่หายไปมีเพียง 1,700 บาท และอาจะไปนอนอยู่ที่บ้านสวนเป็นประจำ แต่จุดที่อาเสียชีวิตเป็นที่ของพ่อตน ที่ใช้ปลูกข้าวโพดด้วยกัน แต่ตอนเช้าพ่อกับแม่ของตน ไปเก็บข้าวโพดในไร่มาก่อน ส่วนอาจะตามไปทีหลังเพราะปวดขา แล้วให้อาเขยไปเลี้ยงควาย ในส่วนเรื่องทะเละกับใครนั้นตนก็ไม่ทราบ โดยนิสัยของอาจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีปัญหากับใคร ซึ่งตนก็เคยเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่อื่น ไม่คิดว่าจะเกิดกับญาติพี่น้องคนใกล้ตัว ตนก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว
พอไปที่เกิดเหตุเมื่อวาน ก็ยังไม่เชื่อว่าถูกฆ่า และคิดว่าอาเป็นลม แล้วจะพาไปหาหมอ พอรู้ว่าอาถูกฆ่าเสียชีวิตก็พากันร้องไห้ ก่อนตนจะวิ่งเข้ามาที่บ้าน เพื่อเอาโทรศัพท์อีกเครื่องโทรแจ้งตำรวจ และพ่อก็ให้ตนมาดูอา พบว่ามีแผลทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ศรีษะโดนทุบจนกะโหลกแตก และตัวเริ่มแข็งแล้ว ทาเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสภาพศพ และนำศพไป รพ.สมเด็จพระยุพราช บ้านดุง ตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนนำศพอามาที่วัด สังเกตเห็นอาตายตาไม่หลับ จนพ่อต้องได้ใช้มือรูปให้อาหลับตา แต่ก็ไม่ยอมหลับ จนได้เอาเข้าโลงไปก่อน
“เมื่อ 2 วันก่อนที่อาจะถูกฆ่าเสียชีวิต ลูกสาวอาโทรมาหาคนชวนกันมาต้มข้าวโพด แล้วได้พูดคุยกันเรื่องย้อมผม แต่อยู่ดี ๆ ก็ได้พูดถึงอาขึ้นมา ซึ่งได้พูดกันว่า อาแพ้ยาย้อมผม ไม่สามารถย้อมผมได้ ก่อนตาขวาจะกระตุกทั้งวัน ก็คิดเพียงว่า จะได้ร้องไห้ จึงบอกพ่อกับแม่ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ซึ่งลูกสาวของอา ก็มีอาการตาขวากระตุกเช่นกัน”
ด้าน พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.บ้านดุง เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้ลงพื้นที่ พร้อมกับพนักงานสอบสวน ตำรวจสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี และตำรวจสืบสวน ภ.4 เพื่อทำกาiสอบปากคำญาติ และพยานแวดล้อมไปแล้ว 6 ปาก ส่วนประเด็นปมการสังหาร ยังไม่ประเด็นใดทิ้ง แต่จะให้น้ำหนักไปทางเรื่องการขัดแย้งส่วนตัวกับเครือญาติ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ จะได้รวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในการติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป