ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังได้เรียกเด็กนักเรียนผู้เสียหาย พร้อมผู้ปกครองมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้เด็กชี้ยืนยันว่ามือถือที่มีการนำมาส่งให้ร้อยเวรฯ เป็นของตัวเองจริง จากนั้นก็จะได้ประสานทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำเด็กผู้เสียหายตามขั้นตอนอีกครั้ง เนื่องจากยังเป็นเยาวชน จากนั้นก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดีตามกระบวนการต่อไป
ขณะที่นางเดือนแม่ของนักเรียนผู้เสียหาย บอกว่า ตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวถูกชายจะถูกกลั่นแกล้งที่แจ้งความเอาผิด ผอ. จึงอยากให้ทางต้นสังกัดได้พิจารณาสั่งย้าย ผอ. เพื่อความเป็นธรรม และมองว่าการกระทำของ ผอ.ก็ไม่สมควรที่จะเป็นแบบอย่างให้กับเด็ก เป็นถึงผู้บริหารแต่กลับทำแบบนี้
ซึ่งแม่ก็ยังคาใจว่าหาก ผอ.ไม่ได้เจตนาจะเอามือถือของลูกชายไปจริงทำไม่แจ้งคนอื่นทราบ หรือเอามาคืนแต่แรก นี่ปล่อยผ่านไปถึง 3 วันจนมีการแจ้งความและพยายามใช้แอปค้นหาเอง
ส่วนที่ ผอ.ไปที่บ้านเมื่อวานนี้ก็พยายามจะไปขอเคลียร์และขอโทษ โดยอ้างว่าไม่ได้เจตนาจะมือถือของลูกชายไป แต่ตนก็บอกว่าเรื่องมันถึงตำรวจแล้วก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน ส่วนพ่อแม่กลัวว่าลูกจะเครียดจึงคอยให้กำลังใจลูกตลอด
ภาพ-ข่าว: สุรชัย พิรักษา จ.บุรีรัมย์