ต่อมาทางด้านนางสาวเมทิกา โกศลปลั่งศรี อายุ 31 ปี แม่ของน้องจีฮุน และนายไทยอนันต์ ทองอยู่ อายุ 28 ปี พ่อของน้องจีฮุน ได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.พานทอง เพื่อเป็นหลักฐานเหตุประมาท ทำให้ลูกของตนต้องมาเสียชีวิตเพราะความไม่รอบคอบในครั้งนี้
นางสาวเมทิกา ได้เปิดเผยว่า วันนี้เมื่อตอนเย็นมาหาที่บ้านมากัน 3 คนมีครูประจำชั้นครูขับรถรับส่งและครูพี่เลี้ยงที่นั่งมากับเด็ก ๆ บนรถ เมื่อมาถึงบ้านก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ยอมบอกเรื่องราว แต่ถามกับตนว่าน้องมีโรคประจำตัวอะไรไหมมันมีเหตุที่ไม่อยากให้เกิด ตนก็รีบถามว่ามีเหตุอะไรไหม ตนกลัวเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกกลัวว่า ลูกจะโดนทำไม่ดี หรือถูกข่มขืน แต่มีคำถามที่ไม่คาดคิดและตนต้องตกในมาว่า น้องไม่หายใจแล้ว ตอนนั้นทำให้ตนช็อก และทำอะไรไม่ถูกเลยแต่ก็ยังไม่ยอมบอก ตนก็พยายามถามว่า น้องมีอะไรกว่าจะบอกได้ตนก็เค้นอยู่นาน เพราะคิดว่าจะเกิดเหตุไม่ดีกับลูก เพราะลูกเป็นผู้หญิงและเรียนอยู่ชั้น ป.2 แล้วไม่ใช่เด็กแล้ว ทำไมมองไม่เห็นเด็กเลยเหรอ
สิ่งที่ติดอยู่ในใจของต นและตนติดใจการเสียชีวิตของลูกสาวตน เพราะตนกลัวว่าไม่ใช่เหตุการณ์เสียชีวิตแบบขาดอากาศหายใจ แต่กลัวเป็นการถูกทำร้ายและทำอะไรไม่ดีแล้วอำพรางศพหรือเปล่า ที่ตนสงสัยตนไม่อยากให้ลูกตนต้องมาตายฟรี ตนจะดำเนินการเดินหน้าสู้เพื่อลูกของตนเต็ม ที่ทั้งที่ยอมจ่ายค่าเทอมแพง ๆ จ่ายค่ารับส่งลูกเพื่ออยากให้ลูกมาเรียนสบายและได้เรียนที่ดี ๆ แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร ยืนยันจะดำเนินการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ และหาความยุติธรรมให้ลูกได้ เพราะตนมีลูกสาวเพียงคนเดียวเลี้ยงดูมาอย่างดี
เบื้องต้นตำรวจจะได้ส่งศพของน้องจีฮุนไปตรวจผ่าชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต และจะเรียกครูที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป