แต่จนถึงขณะนี้ คดีก็ยังไม่คืบหน้า แม้ครูที่สั่งลงโทษจะพยายามเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ก็ยังไม่มีการเยียวยาใดๆ จึงอยากให้ผู้สื่อข่าวช่วยนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวให้สังคมได้รับรู้ เพื่อครูคนดังกล่าวจะไม่สามารถไปสั่งลงดทษเด็กนักเรียนคนอื่นแบบนี้ได้อีก
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนมัธยมที่เกิดเหตุ และได้พูดคุยกับนางสาวเสาวณี วงษ์พัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วและได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วด้วย โดยจากการตรวจสอบ พบว่าครูที่สั่งลงโทษ คือ นางสาวรัตนากร สงคราม อายุ 31 ปี ส่วนสาเหตุที่สั่งลงโทษด้วยการสั่งให้เด็กทำท่าลุก-นั่ง จำนวน 200 ครั้งนั้น เป็นเพราะเด็กโดดเรียน ไม่ยอมเข้าเรียนในคาบวิชาที่ครูรัตนากรเป็นผู้สอน ซึ่งการลงโทษด้วยการสั่งให้ทำท่าลุก-นั่ง เป็นการทำโทษตามข้อตกลงระหว่างครูผู้สอนและนักเรียน เพื่อไม่ให้เด็กโดดเรียนอีก โดยครูผู้สอนยืนยันว่าสั่งทำโทษเด็กไปจำนวน 150 ครั้ง และให้เพื่อนในห้องเป็นคนนับจำนวนกันเอง ครูผู้สอนยืนยันว่าที่ทำไปเพียงเพื่อเป็นการลงโทษเด็กให้หลาบจำไม่กล้าโดดเรียนอีก ไม่มีเจตนาที่จะทำให้เด็กบาดเจ็บ อีกทั้ง หลังทราบว่าเด็กมีอาการป่วยติดเชื้อ ก็ได้พาเด็กไปพบหมอที่คลินิกด้วยตนเอง โดยครูผู้สอนรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดด้วยตนเอง นอกจากนี้ ระหว่างที่เด็กพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ครูผู้สอนและผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มีการไปติดตามเยี่ยมเยียนอาการของเด็กที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ พร้อมประสานครูที่ปรึกษาของเด็กให้ดูแลเรื่องการเรียนและการบ้านของเด็กให้พักเอาไว้ก่อน เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าเด็กจะไม่เสียการเรียน พร้อมกันนี้ ทางผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ได้สั่งยกเลิกการลงโทษเด็กโดยการทำท่าลุก-นั่งอย่างเด็ดขาดไปแล้ว เนื่องจากการลงโทษดังกล่าวไม่ได้อยู่ในระเบียบของสถานศึกษาและอาจเสี่ยงทำให้เด็กบาดเจ็บได้
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของคณะกรรมการ พบว่าในวันดังกล่าว นอกจากเด็กชายนราวิชญ์แล้ว ยังมีเด็กคนอื่นที่ถูกสั่งลงโทษด้วยวิธีการเดียวกัน แต่ไม่มีเด็กคนใดที่มีอาการป่วยเหมือนเด็กชายนราวิชญ์ อย่างไรก็ตาม ทางครูผู้สั่งลงโทษและคณะผู้บริการสถานศึกษา ได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กชายนราวิชญ์แล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงกันในส่วนของเงินค่าเยียวยาได้ เนื่องจาก ทางพ่อและแม่ของเด็กชายนราวิชญ์ เรียกร้องเงินเยียวยาและเงินค่าขาดรายได้ของผู้ปกครอง ที่ต้องหยุดงานมาดูแลลูก กว่า 2 เดือน รวมเป็นเงินสองแสนห้าหมื่นบาท แม้จะมีการต่อรองกันจนลดลงมาเหลือ 150,000 บาท แต่ทางครูผู้สั่งลงโทษก็ไม่มีเงินพอที่จะเยียวยาได้ในจำนวนดังกล่าว จึงได้มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้จำนวน 30,000 บาท แต่ทางพ่อแม่ของเด็กยังไม่ยอมรับและยืนยันที่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ในส่วนของคดีความนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเลาขวัญ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในคดี พบว่า เบื้องต้น พ่อแม่ของเด็กชายนราวิชญ์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคุณครูผู้สั่งลงโทษ ในความผิดฐาน ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ดดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง ซึ่งขณะนี้ อยู่ในระหว่างให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมและเจรจาถึงค่าเยียวยาต่อกัน