ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ได้เชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในประเทศไทยรวม 39.5 เมกะวัตต์ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในไตรมาส 3/66 ทำให้ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน กันยายน ได้เชื่อมต่อลูกค้าใหม่เข้าระบบแล้ว 51.7 เมกะวัตต์ เปรียบเทียบกับเป้าหมายทั้งปีที่ 50-60 เมกะวัตต์
โดยคาดว่าในปีหน้าจะมีลูกค้าใหม่อีก 50-60 เมกะวัตต์เช่นกัน สำหรับการขยายการลงทุนและการดำเนินงานที่สำคัญของบี.กริม เพาเวอร์ในช่วงที่ผ่านมา อาทิเช่น ในช่วงเดือนสิงหาคมได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินกำลังการผลิตติดตั้ง 23.5 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการภายใต้ KOPOS Co., Ltd. โดยตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
ขณะที่ในเดือนตุลาคม เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้า BGPAT3 ขนาด 140 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ กับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีกลไกการส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงตามราคาก๊าซธรรมชาติเป็นระยะเวลา 25 ปี
นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม บริษัท RES Company Sicilia S.r.l. (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์) ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ใน บริษัท LT06 S.r.l. เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ที่มีระบบหมุนตามดวงอาทิตย์ (tracking system) กำลังการผลิตติดตั้ง 80.9 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ทำให้ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนรวมทั้งหมด 250-300 เมกะวัตต์ในประเทศอิตาลีที่อยู่ระหว่างพัฒนา โดยส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตในการเชื่อมต่อ Grid connection แล้ว
ส่วนความคืบหน้าด้านการก่อสร้างโครงการใหม่นั้น ในเดือนธันวาคม 2566 มีกำหนดการ COD โครงการ BGPAT3 ขนาด 140 เมกะวัตต์ซึ่งมี PPA แบบส่งผ่านต้นทุนพลังงานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขนาด 90 เมกะวัตต์ ถัดมาในปี 2567 มีกำหนดการ COD โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน อู่ตะเภา เฟสแรก ขนาด 18 เมกะวัตต์
ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้า 92% และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GIFU ขนาด 20 เมกะวัตต์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม แบบติดตั้งบนบก KOPOS ขนาด 20 เมกะวัตต์ ในประเทศเกาหลีใต้
ทั้งนี้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรและหน่วยงานด้านความยั่งยืนทั้งในประเทศและต่างประเทศหลากหลายองค์กร ประกอบด้วย ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในเรตติ้งสูงสุด “AAA” จาก SET ESG Ratings (ชื่อเดิมคือ Thailand Sustainability Investment หรือ THSI), การติดอันดับ S&P Global Sustainability Yearbook 2023 ด้วยคะแนนท็อป 10% ในกลุ่มบริษัทผู้นำ
การได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระดับ BBB จาก MSCI ESG Rating รวมถึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4Good Index Series เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี พร้อมขับเคลื่อนไปสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593