ด้านนางสาว สารี กล่าวว่า สภาผู้บริโภคเป็นเหมือนเพื่อนของผู้บริโภค ถ้าเจอปัญหาถูกเอาเปรียบถูกหลอกสามารถมาขอความช่วยเหลือได้ที่สภาผู้บริโภคในช่องทางต่าง ๆ ได้ ทั้งในเพจเฟซบุ๊กสภาองค์กรของผู้บริโภค หรือเว็ปไซด์ www.tcc.or.th LineOA @tccthailand และในปีหน้า 2567 จะมีสายด่วน 1502 ที่สามารถโทรมาปรึกษาได้เลย
นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถเดินทางไปขอรับความช่วยเหลือที่หน่วยงานสภาผู้บริโภคประจำจังหวัด โดยขณะนี้มี 43 จังหวัด และในปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 66 จังหวัด และในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเป็น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนสาเหตุที่ยังมีหน่วยงานประจำจังหวัดยังไม่ทั่วประเทศ เนื่องจากการขึ้นทะเบียนหน่วยงานประจำจังหวัด ผู้บริโภคต้องรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงจะมาสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้บริโภคได้
ส่วนสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคในปีงบประมาณ 2566 (เดือนตุลาคม 2565 – เดือนกันยายน 2566) สภาผู้บริโภคได้รวบรวมข้อมูลและรายงานสถานการณ์ผู้บริโภคจากการรับเรื่องร้องทุกข์ทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานสภาผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัดใน 15 จังหวัด และองค์กรสมาชิกของสภาผู้บริโภค โดยในปีนี้มีผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิผู้บริโภคได้ร้องทุกข์เข้ามาเป็นจำนวน 16,142 เรื่อง ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ช่วยเหลือผู้บริโภคให้ได้รับการชดเชยเยียวยาเสร็จสิ้นทั้งหมด 12,837 เรื่อง หรือคิดเป็นร้อยละ 79 และสามารถคิดรวมเป็นมูลค่าความสำเร็จในการคุ้มครองผู้บริโภคได้ถึง 71,703,984.46 บาท
ภาพรวมเรื่องร้องทุกข์ที่ผู้บริโภคร้องทุกข์เข้ามาในปีงบประมาณ 2566 ปัญหาที่มีผู้ร้องทุกข์เข้ามาที่สภาผู้บริโภคทั้งแบบรายบุคคลและเป็นกลุ่มมากที่สุดคือ ปัญหาด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน 10,150 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 62.88 เกินครึ่งหนึ่งของเรื่องร้องทุกข์ทั้งหมด ซึ่งมากกว่าเรื่องร้องทุกข์ในปีงบประมาณ 2565 ถึง 7,875 เรื่อง
สำหรับผู้ที่ร้องทุกข์เข้ามาในเรื่องสินค้าและบริการทั่วไปที่เป็นอันดับหนึ่ง มีประเด็นใหญ่ๆ คือ การขายบัตรคอนเสิร์ต 5,906 เรื่อง เป็นกรณีการเปลี่ยนแปลงผังคอนเสิร์ต การสมัครสมาชิกแต่ไม่ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ ขณะที่ประเด็นรองลงมาในกลุ่มสินค้าและบริการคือ การซื้อสินค้าทางออนไลน์ 1,474 เรื่อง และปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการเข้าไปใช้บริการเสริมความงาม 1,110 เรื่อง โดยเป็นการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ แต่ไม่ได้รับสินค้าและไม่ได้รับเงินคืน หรือการได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อไป
ปัญหาที่มีผู้ร้องเรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ได้แก่ ปัญหาด้านการเงินและการธนาคาร จำนวน 2,084 กรณี หรือคิดเป็นร้อยละ 12.91 อันดับที่ 3 เป็นปัญหาด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 918 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 5.69 เช่น กรณีการถูกหลอกลวงจากข้อความสั้น (SMS) แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง
ส่วนเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ คือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพบสิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เป็นซากแมลง เศษพลาสติกหนังยาง หรือของแปลกปลอมอื่น รวมไปถึงการทำสัญญาซื้อขายบ้านหรืออาคารชุดต่าง ๆ ปัญหาบ้านร้าว หรือแม้แต่ปัญหาการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุมชน