ชั้นที่ 7 ศูนย์ฝึกสถานการณ์จำลอง (Clinical Simulation Center) ที่จะมีห้องฝึกสถานการณ์จำลอง (Simulation room) ประกอบด้วย ห้องควบคุมและห้องอภิปรายกลุ่ม สามารถช่วยฝึกการดูแลผู้ป่วยก่อนมาถึงโรงพยาบาลที่เรียกว่า Prehospital care หรือ emergency medical service (EMS) และจะเป็นศูนย์ฝึกทักษะการดูแลผู้ป่วยสำหรับบุคลากรในสายสุขศาสตร์ และชั้นที่ 8 ศูนย์ประชุมคณะแพทยศาสตร์ (Faculty of Medicine Conventional Center) ประกอบด้วยห้องประชุม 500 ที่นั่ง และห้องประชุม 300 ที่นั่ง
นอกจากนี้ ยังมีห้องเรียนขนาด 30-50 ที่นั่ง จำนวน 11 ห้อง ห้องเรียนขนาด 100 ที่นั่ง จำนวน 3 ห้อง ห้องเรียนขนาด 150 ที่นั่ง จำนวน 1 ห้อง ห้องสำนักงาน ห้องควบคุมอาคาร และห้องควบคุมระบบโสตทัศนูปกรณ์
“ศูนย์ฝึกฯแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของประเทศไทยที่มีทั้งเทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง เช่น หุ่นฝึกทักษะทางการแพทย์สำหรับจำลองสถานการณ์ให้ได้ฝึกปฏิบัติทั้งในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปจนถึงการผ่าตัด ระบบกำจัดกลิ่นฟอร์มัลดีไฮด์จากประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งเเรกในประเทศไทย พร้อมเครื่องจำลองระบบภาพกายวิภาค 3 มิติเสมือนจริงในศูนย์ฝึกปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์” รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มธ. ให้ข้อมูล
ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของศูนย์ฝึกทักษะฯ ‘นพ.ดิลก’ เล่าว่า หลังจากที่ก่อสร้างอาคารเสร็จ คณะแพทยศาสตร์ได้ใช้ประโยชน์จากอาคารนี้ไปบ้างแล้ว เช่น งานบริการประชาชนด้านการอบรมให้ความรู้ทางการแพทย์ต่างๆ เช่น การกู้ชีพผู้ที่หัวใจหยุดเต้น (CPR) ช่วยชีวิตผู้ที่มีภาวะวิกฤต ฯลฯ ให้กับ อสม. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คนทั่วไป หรือแม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการทบทวนองค์ความรู้ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และ จ.ปทุมธานี
ไม่น่าเชื่อว่า อาคารแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครบครันแห่งนี้ ใช้เวลาสร้างเพียง 2 ปีเศษ นับตั้งแต่วางอิฐก่อนแรกในวันที่ 1 ต.ค. 2563 และแล้วเสร็จในวันที่ 20 ก.ย. 2565 โดยผู้ที่เป็นกำลังสำคัญและเป็นผู้สนับสนุนการก่อสร้างคือ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“แม้การก่อสร้างอาคารในครั้งนี้ได้ใช้งบประมาณการสร้างจำนวนมาก แต่นั่นเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง ถ้าสามารถทำให้นักศึกษามีพัฒนาการทางการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้อาคารเรียนใหม่จะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักศึกษา และประชาชนทุกคน” อาจารย์สุรพล กล่าว
ศ.ดร.สุรพล เผยว่า ศูนย์ฝึกทักษะทางการแพทย์แห่งนี้ถือเป็นประจักษ์พยานสำคัญ ที่ยืนยันหลักการและแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการแยกการบริหารจัดการ ระหว่าง ‘การจัดเรียนการสอน’ ทางการแพทย์ คือคณะแพทยศาสตร์ มธ. กับ ‘หน่วยบริการ’ คือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ออกจากกันตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“ขณะนั้นมีหลายฝ่ายค่อนข้างกังวล แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่า นี่เป็นหลักการที่ถูกต้อง เพราะ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กว่า 36 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน Advanced Hospital Accreditation (AHA) เป็น 1 ใน 17 รพ.ใหญ่ของประเทศ ส่วนคณะแพทยศาสตร์ มธ. ซึ่งก่อตั้งมาประมาณ 33 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นคณะแพทยศาสตร์ อันดับ 4 ของประเทศ จะตามหลังก็เพียงคณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอื่นที่มีอายุมากกว่า 100 ปีเท่านั้น โดยทั้ง 2 หน่วยงานยังได้ร่วมมือกันในการออกแบบอาคารแห่งนี้ด้วย” ศ.ดร.สุรพล กล่าว
นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า การสร้างศูนย์ฝึกทักษะทางการแพทย์ธรรมศาสตร์ ถือเป็นหลักประกันที่ทำให้บุคลากรภายนอกที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงบุคลากรในวงการแพทย์ได้เห็นว่า ทั้ง 2 หน่วยงานประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในมุมการผลิตแพทย์ การให้บริการในสถานศึกษา รวมถึงเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง